เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ศิริราชจับมือกับบริษัท SurgicalMind ประเทศเกาหลีใต้ ในการพัฒนานวัตกรรม Faesthetics ซึ่งแนวคิดได้มาจากการฝึกทักษะการทำหัตถการที่เรียกว่า Fruit Lab ที่เน้นความปราณีตในการใช้มีดบนเปลือกผลไม้ ก่อนเริ่มฝึกทักษะผู้เรียนด้วยวิธีฉีดยาบนผิวหนังเทียมเสมือนจริง ที่พัฒนาร่วมกับหน่วยผลิตหุ่นจำลองทางการแพทย์ สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกกับร่างอาจารย์ใหญ่ ซึ่งมีการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่สำหรับฝึกทำหัตถการด้านเสริมความงามด้วย Botulinum Toxin และสารเติมเต็ม มากกว่าเดือนละครั้งและแต่ละครั้งจะใช้เพียงใบหน้าเท่านั้น จากจุดเริ่มต้นนี้จึงได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยลดการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยี Mixed Reality (MR) ที่ผสมผสานระหว่าง ทั้ง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เข้าด้วยกัน จนกลายเป็น Faesthetics 2.0 นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนการเรียนการสอนแพทย์ไปอย่างสิ้นเชิง
ศ. ดร. พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า "Faesthetics 2.0 ไม่ใช่เพียงซอฟต์แวร์ธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นการพลิกโฉมรูปแบบการเรียนการสอนแพทย์ให้ทันสมัยตามยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิต โดย Faesthetics Software แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ PC Version ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอนของคณาจารย์ เป็น Higher Technology สามารถเลือกแสดงผลโครงสร้างต่างๆ โดยแยกชั้นผิวหนังและอวัยวะใต้ผิวหนังได้อย่างอิสระตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้นำมาใช้จริงในการประกอบการบรรยาย
จาก PC Version ที่มีความละเอียดสูง ได้ถูกนำมาต่อยอดมาสู่ Web Version โดยลดความละเอียดลงเล็กน้อย เพื่อให้นักศึกษาแพทย์สามารถใช้งาน Web Version ในการทบทวนบทเรียนได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ ทุกที่ ทุกเวลา โดยเข้าใช้งานผ่านระบบ QR Code ที่เห็นบนหน้าจอนี้
ส่วนถัดมา VR Version ถูกพัฒนาเพื่อใช้ในรูปแบบกลุ่ม โดยผู้สอนและผู้เรียนสามารถเข้าถึงพื้นที่เสมือนพร้อมกัน ผู้สอนสามารถหมุนภาพโครงสร้างและชี้จุดสาธิตให้นักศึกษาดูได้อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ระบบดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาในอัตราส่วนอาจารย์ 1 ท่าน ต่อผู้เรียน 6 ท่าน (1:6) และมีแผนงานที่จะขยายขีดความสามารถให้รองรับผู้เรียนได้สูงสุดถึง 20 ท่าน
และสุดท้าย Injection Simulation Training ซึ่งนวัตกรรมนี้รองรับการใช้งานอย่างครอบคลุมในส่วนของการฝึกทำหัตถการ โดยหัวใจสำคัญคือการจำลองระบบให้จับคู่ข้อมูลดิจิทัลเข้ากับหุ่นจำลองที่เราออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ (Data Mapping) เมื่อผู้เรียนมีการลงเข็มในตำแหน่งต่างๆ บนหุ่นจำลองนั้น ระบบจะแสดงผลว่าขณะนี้เข็มอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ ทั้งตำแหน่งและความลึก"
ในอนาคตอันใกล้ Faesthetics 2.0 จะถูกยกระดับไปสู่รูปแบบ Game Learning ซึ่งถือเป็นมิติใหม่แห่งวงการแพทย์ โดยเปลี่ยนจากการฝึกหัตถการในห้องเรียนแบบเดิม ให้กลายเป็นสถานการณ์จำลองอัจฉริยะ (Simulation Game) ที่สมจริง โดยผู้เรียนสามารถตัดสินใจเลือกอุปกรณ์ ขนาดเข็ม ตัวยา รวมถึงวางแผนวิธีการรักษาให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ได้รับทั้งทักษะความชำนาญและความเพลิดเพลินไปพร้อมกัน ทั้งนี้ นวัตกรรม Faesthetics 2.0 ได้แสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามขีดความสามารถของวงการแพทย์สู่อนาคตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความพร้อมในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติได้อย่างชัดเจนอีกด้วย