ภายในงานยังเป็นเวทีที่ให้ผู้นำภาคธุรกิจ นักวิชาการ และนักวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อกำหนดทิศทางการลงทุน เร่งลดการปล่อยคาร์บอน และเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
Prof. Pai Chi-Li อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ได้ กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างสถาบันวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชน ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยในการกำหนดนโยบายในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานในเอเชียสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่เชื่อถือได้ โดยการใช้แบบจำลองทางวิชาการที่มีความแม่นยำและการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว รวมทั้งความร่วมมือระหว่างสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และ Massachusetts Institute of Technology (MIT) จะช่วยสนับสนุนภาครัฐ เอกชน รวมถึงภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ให้สามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครอบคลุม เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนควบคู่กับความมั่นคงและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Prof. Christopher Knittel, Associate Dean for Climate and Sustainability at MIT and Director of the MIT Climate Policy Center เน้นย้ำว่า เครื่องมือด้านการวิเคราะห์จำเป็นต้องใช้ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมโดยตรงของผู้มีอำนาจตัดสินใจ โดยกล่าวว่า "การดำเนินงานด้าน Climate Change อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ที่เข้มแข็งเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการหารือและการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับผู้กำหนดนโยบายและผู้นำภาคอุตสาหกรรม ซึ่งความร่วมมือในลักษณะนี้ช่วยเชื่อมโยงงานวิจัยให้นำไปใช้ได้จริงในภาคปฏิบัติการ
ภายในงาน ทั้งสองสถาบัน AIT และ MIT ยังได้หารือแนวคิดจัดตั้งแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแบบจำลองพลังงาน-สภาพภูมิอากาศ การให้คำปรึกษาเชิงนโยบาย รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้มีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น
ในช่วงการประชุม "การเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในเอเชีย" ได้รับเกียรติในการบรรยายพิเศษจาก Prof. Yeh Shin-cheng อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมไต้หวัน และ Prof. Shobhakar Dhakal อาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และผู้ประสานงานคณะผู้เขียนหลัก รายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) โดยวิทยากรเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการบูรณาการแบบจำลองพลังงาน สภาพภูมิอากาศ การระดมเงินทุนด้าน Climate Change และการวางแผนเชิงสถานการณ์ (scenario-based planning) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของเอเชียมีความเป็นธรรมและคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
ภายในเวทีการแลกเปลี่ยนความรู้ในครั้งนี้ยังมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) Dr. Naveed Anwar ประธานบริหาร CSI Bangkok รวมถึง Prof. Yeh Shin-cheng และ Prof. Shobhakar Dhakal โดยผู้ร่วมเสวนาได้แลกเปลี่ยนแนวทางเชิงปฏิบัติในการเชื่อมโยงกรอบนโยบายระดับชาติ การลงทุนภาคเอกชน และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ยังมีการสาธิต En-ROADS Climate Policy Simulator โดย Ms. Bethany Patten, Executive Director of the MIT Climate Policy Center ทำให้เห็นว่าการผสานมาตรการ เช่น ราคาคาร์บอน พลังงานหมุนเวียน และประสิทธิภาพพลังงาน สามารถเปลี่ยนทิศทางการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบต่ออุณหภูมิในระยะยาวได้อย่างไร โดยเครื่องมือดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ AIT และ MIT ในการยกระดับความร่วมมือด้านการวิเคราะห์ข้อมูล Climate Change การให้คำปรึกษานโยบาย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร พร้อมตอกย้ำบทบาทของ AIT ในระดับภูมิภาคสำหรับการขับเคลื่อนนโยบายบนฐานวิทยาศาสตร์และงานวิจัยพลังงานเชิงประยุกต์ของเอเชีย