SSI เดินหน้าขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียวของไทย ผลักดันการใช้เหล็กคาร์บอนต่ำเชิงพาณิชย์ภายใต้ "SSI GREEN"

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI เดินหน้าบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กไทย จัดงาน "SSI GREEN STEEL SUPPLY CHAIN FORUM 2026" เป็นครั้งแรก เพื่อขับเคลื่อนและขยายเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียวอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ พร้อมประกาศความสำเร็จในการผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ (SSI Low Carbon Emission Steel Products) ให้แก่ลูกค้าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเปิดตัวสัญลักษณ์ "SSI GREEN" สำหรับผลิตภัณฑ์เหล็กที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศภายในปี พ.ศ. 2593

Friday 20 February 2026 15:51
SSI เดินหน้าขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียวของไทย ผลักดันการใช้เหล็กคาร์บอนต่ำเชิงพาณิชย์ภายใต้ "SSI GREEN"

งานดังกล่าวได้รับเกียรติจากดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วยนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ โดยมีนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ พร้อมด้วยพันธมิตร คู่ค้า และลูกค้าธุรกิจเหล็กทั้งในและต่างประเทศรวม 19 องค์กร เข้าร่วมงาน โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการส่งมอบผลิตภัณฑ์เหล็กคาร์บอนต่ำที่ผลิตจากเหล็กแท่งแบนคาร์บอนต่ำ (low carbon emission steel slabs) ภายใต้แพลตฟอร์ม JGreeX(TM) ของ JFE Steel Corporation ให้แก่ไทยคูณ กรุ๊ป ซึ่งสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในการพัฒนาและใช้งานผลิตภัณฑ์เหล็กคาร์บอนต่ำในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการยกระดับความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อมและขีดความสามารถในการแข่งขันในบริบทมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลกที่เข้มข้นขึ้น

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงและกติกาโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น อุตสาหกรรมเหล็กไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศเศรษฐกิจหลัก เช่น CBAM ซึ่งทำให้ผู้ส่งออกต้องบริหารจัดการความเข้มข้นของคาร์บอนอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ความร่วมมือของ เอสเอสไอ และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน สะท้อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในการมุ่งสู่ความสะอาดและยั่งยืน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบาย 4 มิติ ที่คำนึงถึง 1) ความสำเร็จทางธุรกิจ 2) การดูแลชุมชนรอบโรงงาน 3) การปฏิบัติตามกติกาสากล โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม และ 4) การกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบ พร้อมยกระดับมาตรฐานการวัดผลและการรายงานก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลผ่านบทบาทของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียว และสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเหล็กไทยอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

ขณะที่ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เหล็กคาร์บอนต่ำของเอสเอสไอถือเป็นก้าวสำคัญท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่เผชิญมาตรการกีดกันทางการค้าที่หลากหลาย ทั้งด้านภาษีและมิใช่ภาษี โดยกระทรวงพาณิชย์มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัว รักษาความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อผลักดันสินค้า "Made in Thailand" ให้เป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืนในเวทีโลก

นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม SSI กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กเป็นรากฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเศรษฐกิจ การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเวทีความร่วมมือของพันธมิตรอุตสาหกรรมเหล็กที่มีเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การแปรรูป การขนส่ง ไปจนถึงการใช้งานปลายทาง โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานที่สามารถวัดผล ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เหล็กคาร์บอนต่ำของ SSI ที่ผลิตจากเหล็กแท่งแบนคาร์บอนต่ำภายใต้แพลตฟอร์ม JGreeX(TM) ได้รับการนำไปพัฒนาและใช้งานจริงในประเทศไทยโดย ไทยคูณ กรุ๊ป นับเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมเหล็กไทย

"SSI มุ่งมั่นผลักดัน SSI Green Steel Supply Chain ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการปรับปรุงกระบวนการผลิต การใช้พลังงานสะอาด การรีไซเคิล และการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์เหล็กคาร์บอนต่ำ รวมถึงการขอรับรองฉลากด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์หลัก (ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และฉลาก EPD) ภายใต้สัญลักษณ์ SSI GREEN ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน โดย SSI ขอขอบคุณพันธมิตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมถึง JFE ไทยคูณกรุ๊ป และเครือข่ายพันธมิตรทั้งหมด ที่ร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระดับสากล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเอสเอสไอกล่าว

"SSI Green" ไม่ได้หมายถึงเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมแต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดของอุตสาหกรรมเหล็กทั้งระบบ แต่ยืนอยู่บนสองแนวคิดสำคัญ คือ 1) การลดผลกระทบจากการผลิตผ่านกระบวนการผลิตเหล็กที่สะอาดขึ้น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม และการตรวจวัดที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และ 2) การใช้ศักยภาพของเหล็ก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบในการแก้ปัญหาโลกอีกด้วย

SSI เดินหน้าขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียวของไทย ผลักดันการใช้เหล็กคาร์บอนต่ำเชิงพาณิชย์ภายใต้ "SSI GREEN"