นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า SCBAM เพิ่งได้รับรางวัลบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และวารสารการเงินธนาคาร เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการดำเนินงานที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ ตลอดจนความไว้วางใจที่ได้รับจากผู้ลงทุนและพันธมิตรในอุตสาหกรรมการลงทุนทุกภาคส่วน ซึ่ง SCBAM ยังคงมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตเชิงคุณภาพผ่านกรอบยุทธศาสตร์ที่ผสาน Customer Insight, Technology & Digital Infrastructure และ Product Excellence โดยให้ความสำคัญกับการขยายฐานผู้ลงทุนอย่างมีคุณภาพควบคู่การยกระดับความเข้าใจเชิงลึก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวและความไว้วางใจในฐานะพันธมิตรด้านการลงทุน พร้อมตั้งเป้าขยายจำนวนผู้ลงทุนมากกว่า 1 ล้านรายภายในปี 2570 และผลักดันมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) สู่ระดับเกิน 2 ล้านล้านบาทอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมวินัยการออมระยะยาวและการสร้างรากฐานทางการเงินให้กับนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่ม XS Investors ภายใต้แนวคิด "Wealth for Everyone" ทั้งนี้ SCBAM มุ่งพัฒนาโซลูชันการลงทุนที่สอดคล้องกับทิศทางตลาดและความต้องการของผู้ลงทุนทุกระดับ ด้วยการใช้ข้อมูลที่แม่นยำและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อส่งมอบประสบการณ์การลงทุนที่ยั่งยืน ควบคู่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและปลอดภัย เสริมความแข็งแกร่งด้าน Cyber Security และพัฒนาศูนย์บริการผู้ลงทุนและช่องทางดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการ ขณะเดียวกัน SCBAM ยังคงเดินหน้าสร้างนวัตกรรมการลงทุนทั้งสินทรัพย์ดั้งเดิมและทางเลือกอย่างต่อเนื่อง ผสานเทคโนโลยี AI และ Machine Learning เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดพอร์ตและสนับสนุนผลตอบแทนระยะยาว ภายใต้การกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มแข็ง เพื่อรองรับการเติบโตในทุกมิติ สะท้อนความเป็น "The Best Fund House" อย่างมั่นคงและยั่งยืน
นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนในระยะข้างหน้าต้องตั้งอยู่บนความเข้าใจต่อ 'ระเบียบโลกใหม่' ซึ่งอำนาจและอิทธิพลของประเทศต่าง ๆ กำลังถูกกำหนดใหม่ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจ การเงิน กำลังทหาร และภูมิรัฐศาสตร์ อีกทั้งการแข่งขันด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ความขัดแย้งทางการค้าและเทคโนโลยีกำลังปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะเดียวกัน บทบาทของสกุลเงินทางเลือก และการเพิ่มทุนสำรองทองคำ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของระบบการเงินโลก ท่ามกลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ โดยภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังเติบโตได้ดี เงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง และนโยบายเศรษฐกิจยังสนับสนุนการเติบโต อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการลงทุนยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ภาระหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง และระดับมูลค่าตลาดทุนที่ตึงตัว ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อทิศทางตลาดในระยะต่อไป ภายใต้บริบทนี้ SCBAM มอง 3 ธีมการลงทุนสำคัญต่อจากนี้ ได้แก่ (1) AI Dominance เทคโนโลยี AI ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยห่วงโซ่มูลค่าขยายจากเซมิคอนดักเตอร์สู่คลาวด์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และซอฟต์แวร์ ขณะที่อุปทานชิปยังตึงตัวและการลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ช่วยหนุนการเติบโตของระบบนิเวศ AI (2) Asia & Japan Catch-up ตลาดเอเชียและญี่ปุ่นมีศักยภาพโดดเด่นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ นโยบายกระตุ้นอุปสงค์ กำไรบริษัทที่เติบโต และระดับมูลค่าหุ้นที่ยังน่าสนใจ รวมถึงแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าในช่วงดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า และ (3) De-Dollarization แนวโน้มลดการพึ่งพาเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยหนุนบทบาทของทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำต่อเนื่อง ขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความสนใจมากขึ้น สะท้อนความจำเป็นของการจัดพอร์ตลงทุนที่ยืดหยุ่น เพื่อรับมือความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกยุคใหม่ โดย SCBAM มุ่งเน้นการบริหารการลงทุนด้วยข้อมูลที่รอบด้านและทันต่อสถานการณ์ เพื่อช่วยปรับพอร์ตได้อย่างมีวินัยและสอดคล้องกับโครงสร้างโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง
นางสาวพิณแก้ว ทรายแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด เปิดเผยว่า บริษัทขับเคลื่อนการเติบโตภายใต้แนวคิด Customer Centric โดยใช้ความเข้าใจเชิงลึกต่อพฤติกรรมและความต้องการของผู้ลงทุนเป็นแกนหลักในการออกแบบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์การลงทุนที่ตอบโจทย์แต่ละกลุ่มอย่างแม่นยำ เช่น การมุ่งยกระดับความรู้ทางการเงินสำหรับผู้ลงทุนมือใหม่ การเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่สอดคล้องกับสภาวะตลาดและทันเทรนด์ อาทิ กองทุนคุ้มครองเงินต้น กองทุนสกุลเงินต่างประเทศ Private Assets และ Digital Assets เป็นต้น ทั้งนี้ SCBAM มี Roadmap การเติบโตผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรตัวแทนขาย ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้ลงทุนของแต่ละพันธมิตร ส่งผลให้เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงตลาดได้ในวงกว้าง นอกจากนี้ SCBAM ยังคงพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเข้าถึงผู้ลงทุนยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม XS Investors ผ่านแอปพลิเคชัน SCBAM Fund Click ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 100,000 ราย สะท้อนศักยภาพของช่องทางดิจิทัลในการเข้าถึงผู้ลงทุนยุคใหม่และการผลักดันแนวคิด "Wealth for Everyone" ให้เกิดขึ้นจริงในวงกว้าง ขณะที่กลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน SCBAM เน้นเสริมบทบาทพันธมิตรการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่ยกระดับประสบการณ์สมาชิก สนับสนุนองค์ความรู้ทางการเงิน และพัฒนาแพลตฟอร์มธุรกรรมแบบบริการตนเอง พร้อมบูรณาการแนวคิด ESG เพื่อเสริมความเชื่อมั่นและความยั่งยืนในระยะยาว โดยมุ่งเน้นขยายฐานผู้ลงทุนอย่างมีคุณภาพ และนำไปสู่การเพิ่มมูลค่า AUM อย่างยั่งยืน
นางปิ่นสุดา ภู่วิภาดาวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ เปิดเผยว่า ภายใต้บริบทการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงประกอบกับพฤติกรรมผู้ลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีความทันสมัย แนวคิด "Wealth for Everyone" จึงถูกนำมาใช้เป็นกรอบเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและระบบปฏิบัติการให้มีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น สามารถรองรับการเติบโตของช่องทางการลงทุนและการขยายฐานผู้ลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาช่องทางการให้บริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ โดยนำโมเดลการให้บริการตนเองและเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับความสามารถในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ลงทุนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านระบบและกระบวนการปฏิบัติงาน เพื่อให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงเทคโนโลยีและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อรับมือกับภัยทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และรักษาความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในการใช้บริการดิจิทัลในระยะยาว รวมทั้งส่งมอบประสบการณ์การลงทุนที่มีคุณภาพและยั่งยืนตลอดเส้นทางการลงทุน