"เคทีซี" หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มองว่าโครงสร้างผู้บริโภคปัจจุบันประกอบด้วย 3 บทบาทสำคัญ ได้แก่ Gen Z (อายุ 14-29 ปี) เป็นผู้สร้างกระแสบนโซเชียลและมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อ ผ่านรีวิวและคอนเทนต์ออนไลน์ Gen Y (อายุ 30-45 ปี) กลุ่มคนทำงานและสร้างครอบครัวที่เป็นกำลังซื้อหลัก โดยเฉพาะในตลาดออนไลน์ ถือครองสัดส่วนการใช้จ่ายสูงที่สุด และ Gen X (อายุ 46-61 ปี) ผู้ตัดสินใจด้านการเงินของครอบครัว ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือและบริการหลังการขายอย่างมาก โดยเฉพาะในสภาวะที่ค่าครองชีพสูง
ในบริบทนี้ "บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด" จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือทำธุรกรรม แต่เป็นส่วนสำคัญของการวางแผนและบริหารสภาพคล่องสำหรับผู้บริโภคทุกวัย โดยเฉพาะเมื่อการใช้จ่ายออนไลน์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่านสมาร์ทโฟน ขณะเดียวกัน การชำระเงินแบบดิจิทัลและบัตรเครดิตยังคงได้รับการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติบโต สะท้อนว่าผลิตภัณฑ์การเงินที่ใช้ง่าย โปร่งใส และตอบโจทย์การจัดการค่าใช้จ่ายคือ สิ่งที่ผู้บริโภคมองหา
ด้วยความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่รวดเร็ว เคทีซีจึงกำหนดกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ปีนี้บนแนวคิด "3 บทบาทต้องเสริมกัน" ไม่ใช่การมุ่งไปที่เจเนอเรชันเดียว แต่คือการทำให้บัตรเครดิตและผลิตภัณฑ์ทางการเงินตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลของผู้บริโภคทุกวัย โดยมีเป้าหมายคือทำให้การเงิน "ใช้ง่ายและไว้ใจได้" ตั้งแต่ประสบการณ์ที่เริ่มต้นได้ทันทีบนสมาร์ทโฟน ให้ Gen Z เข้าถึงข้อมูลและสมัครได้รวดเร็วผ่านช่องทาง E-Application ที่สะดวก ปลอดภัยและอนุมัติไว Gen Y ได้รับความคุ้มค่าและตัวช่วยบริหารภาระทางการเงินอย่างมีวินัย และ Gen X มั่นใจกับมาตรการความปลอดภัยและบริการหลังการขาย ผ่านแอปฯ "KTC Mobile" ที่ให้สมาชิกตรวจสอบข้อมูลและทำธุรกรรมได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งการพัฒนาระบบทำการตลาดแบบเซ็กเมนเทชัน ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยในทุกการใช้จ่ายผ่านบัตร เคทีซีเชื่อว่าการเสริมพลังของทั้งสามเจเนอเรชัน คือกุญแจที่จะเปลี่ยนการรับรู้ให้เป็นการใช้จริง และต่อยอดสู่ความผูกพันกับแบรนด์เคทีซีในระยะยาวอย่างยั่งยืน