นายภวัฒก์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA ผู้นำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้รวม 474 ล้านบาท เติบโต 26% โดยมีรายได้หลักมาจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมถึง 455 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 96% ของรายได้รวม ขยายตัว 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมี EBITDA อยู่ที่ 164 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99% ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 44 ล้านบาท เติบโต 70% จากฐานกำไรปกติในปีก่อน เนื่องจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของธุรกิจท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว
ส่วนภาพรวมผลการดำเนินงานตลอดปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,577 ล้านบาท เติบโต 3% (YoY) โดยรายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรมยังคงเป็นฟันเฟืองหลักที่ 1,507 ล้านบาท เติบโต 20% ส่งผลให้ EBITDA ทั้งปีพุ่งแตะ 481 ล้านบาท เติบโตอย่างโดดเด่น 34% และสามารถทำกำไรสุทธิทั้งปีถึง 101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการฟื้นตัวของพอร์ตโฟลิโอโรงแรมในเครือ
ทั้งนี้ ภาพรวมกลุ่มธุรกิจโรงแรมของวีรันดาฯ เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ จากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวในท้ายปี 2568 ส่งผลให้ไตรมาส 4/2568 ราคาค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) เติบโต 10% และรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) ปรับตัวสูงขึ้น 7% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากโครงการ "วีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น" ที่ทำรายได้สูงกว่าคาดการณ์ และ "วีรันดา คอลเลกชัน สมุย - ร็อคกี้ รีสอร์ท" ที่ทำผลงานได้โดดเด่น เนื่องจากทั้ง 2 โครงการตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ (Prime Location) ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกได้ดี
ขณะเดียวกัน วีรันดาฯ มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานผ่านการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ และจากการขยายโครงการใหม่ในภูเก็ตและสมุยยังช่วยสร้างความได้เปรียบด้านการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ทำให้บริหารจัดการทรัพยากรส่วนกลางและเพิ่มอำนาจต่อรองกับคู่ค้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับเชนระดับโลกอย่างแมริออท (Marriott) ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนการหาลูกค้าผ่านฐานสมาชิก Marriott Bonvoy ที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงให้กับรายได้และกำไรในระยะยาว
อย่างไรก็ดี จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัทฯ จึงพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.185 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 59 ล้านบาท โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 4% กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 เดือนพฤษภาคม 2569
นายภวัฒก์ กล่าวต่อว่า ในปี 2569 ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งและชัดเจนกว่าปีที่ผ่านมา สะท้อนจากรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ในเดือนมกราคมที่พุ่งขึ้นถึง 18% ส่งผลให้ VRANDA วางกลยุทธ์มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมกระจายความเสี่ยงผ่านตลาดที่หลากหลาย โดยเน้นการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) จากจีนที่เริ่มกลับมามีบทบาทสำคัญ ขณะเดียวกันบริษัทยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการรุกตลาดระยะไกล (Long-haul) อย่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร (UK) ที่มีศักยภาพสูงในกลุ่ม Wellness รวมถึงตลาดอินเดียที่กำลังเติบโตแรงสู่เซกเมนต์หรูหรา โดยมีโครงการ "วีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น" และ "วีรันดา คอลเลกชัน สมุย - ร็อคกี้ รีสอร์ท" เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ของกลุ่มธุรกิจโรงแรม ขณะที่กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ เพื่อขายจะเริ่มรับรู้รายได้โครงการ Veranda Villas & Suites Phuket ในปีนี้ราว 300-400 ล้านบาท จะเข้ามาช่วยให้บริษัทฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
"แม้ในปี 2569 ยังคงมีเรื่องให้เฝ้าระวังจากปัจจัยเสี่ยงสำคัญทั้งการแข็งค่าของเงินบาทที่กระทบขีดความสามารถในการแข่งขัน ต้นทุนพลังงานจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันที่สูงขึ้นของจำนวนห้องพักใหม่ในตลาด แต่เราก็มองเห็นโอกาสจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มหลักสำคัญที่มีแนวโน้มการกลับมาอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีกิจกรรมระดับโลกที่เลือกมาจัดในประเทศไทยปีนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจน ดังนั้นโจทย์หลักที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญในปีนี้ คือการมุ่งเน้นบริหารจัดการต้นทุนควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานการบริการ เพื่อเปลี่ยนโอกาสที่มีให้เป็นการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน" นายภวัฒก์กล่าว