นายบุญสม กิจเกษตรสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น จำกัด (มหาชน) (TPS) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายฐานรายได้ผ่านการพัฒนาธุรกิจใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นแกนหลัก เพื่อสร้าง New S-Curve รองรับการเติบโตระยะยาว ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักด้านไอทีโซลูชันครบวงจร โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าเข้าประมูลงานใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชน มูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อเสริมงานในมือ (Backlog) ปัจจุบันมีอยู่ที่ 1,896 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในแต่ละไตรมาส
สำหรับปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 15-20% จากปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจาก Backlog ที่มีอยู่ ประกอบกับโอกาสงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ที่ทยอยออกมาอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ ภาคเอกชนมีสัญญาณการลงทุนที่ชัดเจนมากขึ้น
ด้านการต่อยอดธุรกิจใหม่ TPS เตรียมเปิดให้บริการโซลูชัน AI อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 โดยได้จัดเตรียมทีมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาและนำเสนอโซลูชันให้กับฐานลูกค้าเดิม พร้อมขยายไปยังลูกค้าใหม่ นอกจากนี้ ยังรุกธุรกิจ Smart Health มุ่งเป้าไปยังกลุ่มโรงพยาบาลและสถานพยาบาล ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตตามการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคสาธารณสุข
"การเติบโตของ AI ทำให้ความต้องการด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับบริการ Cyber Security เพื่อรองรับความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ และยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการไอทีโซลูชันแบบครบวงจร"
ปัจจุบันธุรกิจหลักของ TPS ครอบคลุมการจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขาย งานวิศวกรรมโยธาด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโทรคมนาคม รวมถึงบริการด้านไอทีอื่น ๆ โดยเฉพาะ งานบริการดูแลและบำรุงรักษาระบบที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนฐานรายได้ประจำที่มั่นคง
ผลการดำเนินงานปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 138.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.45% จากปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง และมีรายได้รวม 1,583.29 ล้านบาท พร้อมกันนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 อนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท รวมเป็นเงิน 83.94 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ ได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ส่งผลให้คงเหลือปันผลที่จะจ่ายอีกในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท คิดเป็นเงิน 50.36 ล้านบาท กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับปันผล (Record Date) วันที่ 27 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม 2569