1.ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะกลายเป็นมาตรฐาน ไม่ใช่แค่ทดลองใช้ แต่จะใช้ในงานวางแผนเส้นทาง, การคาดการณ์ความต้องการ, การตั้งราคา และจัดการเหตุการณ์ผิดปกติ ทำให้ทีมโลจิสติกส์สามารถคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้าและปรับกลยุทธ์แบบเรียลไทม์ ลดความล่าช้าและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม
2.แทนที่จะเน้นแต่ Lean / ลดต้นทุนองค์กรจะให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นมากขึ้น มีการกระจายเครือข่ายผู้ให้บริการคลังสินค้า, ขนส่ง, ขยายศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาค และเตรียมแผนรองรับความไม่แน่นอนด้านแรงงาน สภาพอากาศ หรือสถานการณ์การเมือง ความยืดหยุ่นเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ธุรกิจคงความต่อเนื่องได้แม้ในยามวิกฤต
3.การส่งของตรงเวลาเป็นพื้นฐาน แต่ การสื่อสารและการมองเห็นสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ จะเป็นสิ่งจำเป็น ลูกค้าต้องการการอัปเดต proactively และการตอบสนองทันทีเมื่อเกิดปัญหา ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่สามารถเป็น "ส่วนขยายของ supply chain ลูกค้า" แทนที่จะเป็นแค่ผู้รับจ้างขนส่ง จะมีข้อได้เปรียบเพิ่มมากขึ้น
4.ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป บริษัทต่าง ๆ กำลังปรับใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางการจัดส่ง และใช้คลังสินค้าที่ประหยัดพลังงาน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โลจิสติกส์สีเขียวกำลังกลายเป็นทั้งความรับผิดชอบ และความได้เปรียบทางการแข่งขัน
5.บริษัทต่าง ๆ จะหันมาใช้บริการ Third-Party Logistics (3PL) มากขึ้น ในบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ มากกว่าเป็นบริการธุรกรรม 3PL จะมีบทบาทในการออกแบบเครือข่าย (network design), การจัดการผู้ขนส่ง (carrier management), การปฏิบัติตามกฎระเบียบ (compliance), และการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน การร่วมมือกับ 3PL ช่วยให้บริษัทปรับตัวได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องสร้างทีมโลจิสติกส์ขนาดใหญ่เอง
Logistics Automation Expo เวทีรวมโซลูชันอัตโนมัติและเทคโนโลยีล้ำสมัยในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สำหรับธุรกิจที่ต้องการก้าวนำตลาดในยุค Automation จองบูธวันนี้ เพื่อโชว์ศักยภาพ สร้างความได้เปรียบ และเป็นผู้นำในตลาดก่อนใคร
Logistics Automation Expo "ฮับของคนโลจิสติกส์และแวร์เฮาส์"
1-2-3 กรกฎาคม 256 @ไบเทค บางนา Hall 101
ลงทะเบียนออกบูธ https://logisticsautomationexpo.com/Texhibitor-registration
ลงทะเบียนเข้าชมงานฟรี https://logisticsautomationexpo.com/visitor-registration