นางสาวศุภรัตน์ อารีย์วงศ์ Executive Director กลุ่มกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมด้านการเงินเพื่อวัยเกษียณเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญตั้งแต่วันนี้ ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้นและอายุขัยเฉลี่ยของประชากรที่ยาวนานกว่าเดิม การมีเงินสำรองเพื่อรองรับอนาคตจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงและความอุ่นใจในระยะยาว โดยการลงทุนแบบสม่ำเสมอ (DCA) ถือเป็นหนึ่งในวิธีการที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นวางแผนเกษียณอย่างเป็นระบบ เพราะช่วยสร้างวินัยการออม ลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด และผู้ลงทุนสามารถทยอยสะสมลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ต้นปีเพื่อเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมายตามที่วางแผนเอาไว้ และเพื่อส่งเสริมให้ผู้ลงทุนได้รับความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น SCBAM ขอมอบแคมเปญพิเศษ "ลงทุน DCA ด้วยเงินลงทุนใหม่ 3 เดือนติดต่อกัน ในกองทุนลดหย่อนภาษี Thai ESG Thai ESGX และ RMF ที่ร่วมรายการ รับ Fund Back หน่วยลงทุนกองทุน SCBSFF มูลค่าสูงสุด 1,600 บาท" โดยเริ่มลงทุนครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 - 29 พฤษภาคม 2569
SCBAM มีกองทุนลดหย่อนภาษีให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้หลากหลายตอบโจทย์ครบทุกความต้องการลงทุน สำหรับกองทุน Thai ESG/Thai ESGX มี 3 กองทุนเด่นแนะนำ ได้แก่ 1) กองทุน SCBTM (ThaiESG) เน้นสไตล์ผสม ลงทุนตราสารหนี้และหุ้นไทยของบริษัทโดดเด่นด้าน ESG 2) กองทุน SCBTAPX (26A) เน้นโกอินเตอร์ คัดหุ้นไทยเด่นด้าน ESG พร้อมกระจายไปต่างประเทศไม่เกิน 20% และ 3) กองทุน SCBTP(ThaiESG) เติบโตเกาะตลาดสไตล์ Passive เน้นลงทุนหุ้นไทย ESG ตามดัชนี SETESG
สำหรับกองทุน RMF แนะนำ 3 กองทุนเด่น ได้แก่ 1) กองทุน SCBRMS&P500 กระจายการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ตามดัชนี S&P500 สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ 2) กองทุน SCBRMS50 เน้นลงทุนในหุ้นไทยตามดัชนี SET50 และ 3) กองทุน SCBRMDIGI(A) ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Digital Transformation ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์โลก โดยทั้ง 3 กองทุนเหมาะสำหรับการลงทุนเพื่อสร้างพอร์ตระยะยาวให้มีศักยภาพเติบโตตามเศรษฐกิจชั้นนำของโลก
นางสาวศุภรัตน์ กล่าวเสริมว่า "การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีทั้ง RMF และ Thai ESG/Thai ESGX ถือเป็นโอกาสในการวางแผนทั้งการออมและการลดหย่อนภาษีได้อย่างเต็มสิทธิ โดยผู้ลงทุนสามารถใช้วงเงินลดหย่อนรวมได้สูงสุด 800,000 บาท (สูงสุด 30% ของรายได้พึงประเมิน) แบ่งเป็นสิทธิของกองทุน RMF สูงสุด 500,000 บาท และสิทธิของกองทุน Thai ESG/Thai ESGX อีกสูงสุด 300,000 บาท ผู้ลงทุนสามารถจัดสรรการลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายและกรอบระยะเวลาการลงทุนของตนเองได้มากขึ้น และในช่วงเวลานี้ที่ตลาดทุนเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว หลายกลุ่มสินทรัพย์กลับมาเคลื่อนไหวในทิศทางบวก เป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับผู้ลงทุนในการเริ่มวางแผนระยะยาวทยอยเข้าลงทุนเพื่อรับโอกาสการเติบโตของตลาดทุนในอนาคต"