- ชูบทบาท "ความรู้สู่การป้องกัน" สร้างทีมบุคลากรทางการแพทย์และสหสาขาวิชาชีพ เตรียมต่อยอดเวทีนานาชาติ ในวันที่ 7 เมษายน ยกระดับการรับมือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างมีประสิทธิภาพ
- ปลุกกระแสสู้ภัย NCD ง่าย ๆ ด้วยแนวคิด Blue Zone ร่วมกับการบูรณาการสุขภาพกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย
ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนโรคไตเรื้อรัง ซึ่งล้วนสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคและวิถีชีวิตสมัยใหม่
บริษัท คะตะลิสต์ จำกัด (CATALYST) วิสาหกิจเพื่อสังคมด้านอาหารยั่งยืน ร่วมกับกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค จัดเวทีสัมมนาออนไลน์ "Virtual NCD Forum 2026" เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรทางการแพทย์ตระหนักรู้และอัปเดตองค์ความรู้ด้านการป้องกัน NCD โดยเฉพาะบทบาทของอาหารและการลดการอักเสบเรื้อรังในระดับเซลล์ เวทีดังกล่าวมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้จริงในคลินิกและองค์กรสาธารณสุข เพื่อเปลี่ยนแนวคิดจาก "การรักษาเมื่อป่วย" ไปสู่ "การป้องกันก่อนเกิดโรค"
ชี้ภัยเงียบจากโซเดียมและอาหารแปรรูปสูง
นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ได้สะท้อนสถานการณ์บริโภคโซเดียมของคนไทยที่ยังเกินเกณฑ์แนะนำอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 3,650 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ นอกจากนี้ อาหารแปรรูปสูง (Ultra-processed foods) แหล่งของโซเดียมแฝง รวมถึงสารปรุงแต่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบเรื้อรัง (chronic low-grade inflammation) ยังเป็นปัจจัยเร่งสำคัญในการเกิด NCD ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และโรคไตเรื้อรัง ท่านได้เน้นบทบาทของบุคลากรทางการแพทย์ในการส่งเสริมการอ่านฉลากโภชนาการ (GDA) การให้คำแนะนำผู้ป่วยและการให้คำปรึกษาเชิงพฤติกรรม เพื่อสนับสนุนการลดการบริโภคโซเดียมและอาหารแปรรูปในชีวิตประจำวัน
อาหารจากพืชไม่ขัดสี ลดการอักเสบระดับเซลล์
พญ.ภารณี เอื้อทวีเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อและรูมาติซึม จาก โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทของอาหารจากพืชแบบไม่ขัดสี (Whole-Food Plant-Based Diet) ในการลดกระบวนการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลไกพื้นฐานของโรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวานชนิดที่ 2 และรวมถึงโรคข้ออักเสบ การบริโภคอาหารจากพืชแบบไม่ขัดสี (Whole-Food Plant-Based Diet) ที่มีใยอาหารสูง จะส่งผลต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้เพิ่มการสร้าง Short-Chain Fatty Acids (SCFAs) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ในทางกลับกัน อาหารพืชที่ผ่านการแปรรูปสูง (UPF) หรืออาหารที่มีน้ำตาลและแป้งขัดขาว จะกระตุ้นการอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรค NCD
หลักฐานเชิงประจักษ์: เนื้อแดงกับความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2
ศ.พญ.สิริมนต์ ริ้วตระกูล ประเทืองธรรม จาก University of Illinois at Chicago ได้นำเสนอหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคเนื้อแดงและเนื้อแปรรูปกับความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยอธิบายกลไกของธาตุเหล็กฮีมและไขมันอิ่มตัวในเนื้อแดงที่ส่งผลต่อภาวะดื้ออินซูลิน ข้อเสนอแนะสำคัญคือการหันไปส่งเสริมแหล่งโปรตีนจากพืช ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืชไม่ขัดสี และการปรับรูปแบบการกินให้สมดุลมากขึ้น ช่วยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดความเสี่ยงของโรคในระยะยาว
โภชนาการป้องกันโรคที่ควรประยุกต์ใช้ในบริบทไทย
รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ นายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย แนะนำการประยุกต์ใช้อาหารจากพืชใน "วิถีไทย" ปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมชูจุดเด่นของสมุนไพรไทย เช่น ขมิ้น ข่า และตะไคร้ ซึ่งอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าผักทั่วไปหลายเท่า และชี้ให้เห็นภูมิปัญญาด้านโภชนาการของไทยและยกย่อง "น้ำพริก" ให้เป็นนวัตกรรมท้องถิ่นที่ชาญฉลาด เพราะช่วยให้คนไทยทานผักได้หลากหลายชนิดในปริมาณมาก เสริมสร้างเกราะป้องกันสุขภาพได้อย่างยั่งยืน
สู้ภัย NCD ง่าย ๆ ด้วยแนวคิด Blue Zone ในประเทศไทย
นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหาร CATALYST นำเสนอแนวคิดพื้นที่อายุยืน "Blue Zone" จากการวิจัยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นพื้นฐานของ Wellness & Longevity Medicine ยุคใหม่ โดยชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตมีอิทธิพลต่ออายุขัยถึงร้อยละ 75 พร้อมเสนอหลัก "Synergy Effect" การบูรณาการสุขภาพกับสิ่งแวดล้อมที่บูรณาการการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ การบริโภคอย่างพอเหมาะ และการมีเป้าหมายในชีวิต ในระดับมหภาค แนวคิด Planetary Health Diet ซึ่งเน้นการบริโภคอาหารจากพืชในสัดส่วนสูง มีศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสามารถเป็นเกราะป้องกันสุขภาพได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการลดความเสี่ยงโรค NCD และยังสอดคล้องกับมิติสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนด้านอาหาร
นพ.วัชระ กล่าวว่า "CATALYST เชื่อว่าบุคลากรทางการแพทย์และสหสาขาวิชาชีพคือ "พลังสำคัญ" ในการถ่ายทอดความรู้สู่สังคม การสร้างความตื่นตัวในทีมสาธารณสุข และการขับเคลื่อนการป้องกันโรคก่อนเกิดอาการ จะช่วยลดภาระระบบสุขภาพในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม"
เตรียมต่อยอดองค์ความรู้สู่เวทีนานาชาติ 7 เมษายน 2569
เพื่อยกระดับองค์ความรู้สู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงลึกและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับสากล CATALYST เตรียมจัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ "International Symposium on NCD SMART Food 2026" ในวันที่ 7 เมษายน 2569 ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการอัปเดตข้อมูลวิจัยล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข โภชนาการ เวชศาสตร์ป้องกัน และภาคนโยบาย เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด งานวิจัยใหม่ แนวทางเวชศาสตร์ป้องกัน และนโยบายสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องการป้องกัน NCD ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://luma.com/8kllmf5z หรือสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ และสามารถติดตามข้อมูลจากงานสัมมนาดังกล่าวได้ผ่านช่องทางของ CATALYST เพจ CatalystIntercorp เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการป้องกันและรับมือ NCD ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน