อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ นอกจากการส่งเสริมให้เวิร์ก ฟอร์ม โฮมแล้ว ตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มทร.ธัญบุรี ยังได้เริ่มโครงการนำร่องเพื่อการลดการใช้พลังงาน โดยได้กำหนดแนวทางให้ทุกหน่วยงานปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส พร้อมกำหนดเวลาเปิดและปิดแอร์ในพื้นที่สำนักงานและห้องเรียนอย่างเคร่งครัดออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ เวลา 09.00 - 12.00 น. และเวลา 13.00-16.00 น. สำหรับห้องเรียนนั้นได้มอบหมายให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังมีการจัดการเรื่องลิฟต์โดยสาร โดยอาคารที่มีลิฟต์ 2 ตัวให้สลับใช้งานวันละ 1 ตัว และกำหนดชั้นจอดรับ-ส่งเฉพาะชั้นที่จำเป็น เช่น ชั้น 3 และชั้น 6 เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้า โดยขอความร่วมมือให้ผู้สัญจรระหว่างชั้น 1 และชั้น 2 ใช้บันไดแทน ซึ่งจะมีข้อยกเว้นสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีความจำเป็นทางสุขภาพ อีกทั้งมีกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้ลิฟต์ เพื่อความปลอดภัยและคล่องตัวด้วย
"ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานและความผันผวนของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานและการดำเนินชีวิตในครั้งนี้ รู้สึกเห็นใจและเข้าใจในความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ที่ต้องปรับตัวกับระเบียบปฏิบัติที่เข้มงวดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มทร.ธัญบุรี ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทสำคัญต่อสังคมไทย จำเป็นต้องดำเนินบทบาทผู้นำในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและร่วมรับผิดชอบต่อวิกฤตการณ์ทรัพยากร เพื่อให้ประเทศไทยก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้โดยมีผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาและมาตรฐานการทำงานน้อยที่สุด" รศ.ดร.สมหมาย กล่าว.