ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนเดินหน้าขยายตลาดในสหรัฐ โดยในปีก่อนบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากสหรัฐประมาณ 31.94% คิดเป็นการเติบโต 36.90% จากปีก่อนหน้า โดยในปีนี้บริษัทฯ รุกขยายตลาดในสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในตลาดสหรัฐไว้ที่ประมาณ 12% พร้อมมุ่งเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มจากมะพร้าวและผลิตภัณฑ์กะทิ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่ม Organic ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคสายสุขภาพในตลาดอเมริกา
สำหรับกลยุทธ์การเติบโต บริษัทให้ความสำคัญกับการผลักดัน สินค้าแบรนด์ของบริษัท (Branded products) มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ประมาณ 25% จากการขยายช่องทาจำหน่ายในเครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ของสหรัฐ โดยสินค้าของบริษัทเริ่มวางจำหน่ายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำหลายแห่ง เช่น Kroger, Albertsons, Fred Meyer และ Safeway ซึ่งเป็นเครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมผู้บริโภคในหลายรัฐทั่วประเทศ
ดร.วรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ มองเห็นโอกาสการเติบโตในตลาดสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ หลังสถานการณ์มาตรการภาษีและข้อจำกัดทางการค้าระหว่างประเทศเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้บรรยากาศการค้าระหว่างประเทศเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น โดยบริษัทฯ มีแผนเดินหน้าขยายตลาด และเพิ่มการรับรู้ แบรนด์ในสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของสินค้าในช่องทางค้าปลีกและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มการรับรู้สินค้าและขยายฐานลูกค้าในตลาดที่มีศักยภาพสูง
ขณะเดียวกัน COCOCO ยังมีจุดแข็งสำคัญด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ครบวงจร ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ เครือข่ายเกษตรกร กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงระบบการส่งออก ซึ่งช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของบริษัท