ราคาน้ำมันโลกได้รับแรงหนุนจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังคงตึงเครียด
- วันที่ 14 มีนาคม 2569 สหรัฐฯ โจมตีเกาะ Kharg ของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านใช้ส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 90% ของการส่งออกทั้งหมด หรือราว 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่กระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่าน ขณะที่ IEA ประเมินว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก คูเวต และซาอุดีอาระเบีย ต้องลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงอย่างน้อยรวมกัน 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปกติที่ระดับ 24.13 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน นาย Abbas Araghchi ยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซปิดเฉพาะสำหรับสหรัฐฯ และอิสราเอลเท่านั้น โดยเผยว่าอิหร่านพร้อมเจรจากับประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการให้เรือของตนเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
- ประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่าหลายประเทศจะส่งเรือรบมาช่วยคุ้มกันเรือสินค้าเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเฉพาะประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบ ขณะที่ฝรั่งเศสปฏิเสธการเข้าร่วมและระบุว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินรบยังคงประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
- IEA ประกาศแผนระบายน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ ปริมาณรวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาวิกฤตภาวะอุปทานน้ำมันขาดแคลนจากสงครามในตะวันออกกลาง โดย 32 ประเทศสมาชิก จะกำหนดกรอบเวลาดำเนินการในลำดับถัดไป เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการระบายน้ำมันจาก SPR อย่างน้อย 4 เดือน ทั้งนี้ ปัจจุบัน IEA มี SPR รวมอยู่ที่ 1,200 ล้านบาร์เรล