DIPROM ปลุกพลัง "Thai Weave, Trendy Vibe" หนุนผู้ประกอบการพัฒนาผ้าศิลปาชีพสู่แฟชั่นสร้างสรรค์

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) หรือดีพร้อม กระทรวงอุตสาหกรรม สืบสานพระราชปณิธานแห่งการอนุรักษ์ผ้าไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง เผยผลสำเร็จการดำเนิน "โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดมูลค่าหัตกรรมผ้าทอไทยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe) หนุนผู้ประกอบการ 15 วิสาหกิจแฟชั่น พัฒนาต่อยอด ผ้าไทยจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี พลิกโฉมสู่แฟชั่นผ้าไทยอย่างสร้างสรรค์ในยุค New Gen สร้างภาพลักษณ์ทันสมัย เสริมทัพโปรโมทด้วยพลัง Influencer เร่งขยายตลาดสู่สากล คาดสร้างรายได้เพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 10

Tuesday 17 March 2026 14:18
DIPROM ปลุกพลัง "Thai Weave, Trendy Vibe" หนุนผู้ประกอบการพัฒนาผ้าศิลปาชีพสู่แฟชั่นสร้างสรรค์

นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) หรือ ดีพร้อม กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการจัดโครงการดังกล่าวขึ้นบนพื้นฐานแห่งพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลในการวางรากฐานอาชีพให้แก่ประชาชนผ่านการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะงานผ้าไทยซึ่งเปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ คุณค่า และภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น พระองค์ทรงก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ตราบจนปัจจุบัน

ในบริบทเศรษฐกิจปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานหัตกรรมผ้าไทยแม้ยังคงมีศักยภาพสูง แต่ในปี 2567 มีมูลค่าการส่งออกกว่า 4,600 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 8.23 สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภายใต้นโยบาย DIPROM FLEXi "ปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง" จึงได้ดำเนิน "โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดมูลค่าหัตกรรมผ้าทอไทยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe)" เพื่อสืนสาน ฟื้นฟู ปรับภาพลักษณ์ มุ่งเน้นการสร้าง "Trendy Vibe" ให้ผ้าไทย ด้วยการผสมผสานเทคนิคดั้งเดิมกับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ พร้อมยกระดับดีไซน์ให้ร่วมสมัย สวมใส่ได้จริง และสื่อสารผ่าน Influencer ด้านแฟชั่น เพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นายสุรพล กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินโครงการ ได้พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกแก่วิสาหกิจที่ผลิตสินค้าแฟชั่นจากผ้าไทยที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 15 กิจการทั่วประเทศ โดยจัดอบรม 4 วัน ครอบคลุม ความรู้พื้นฐานคุณค่าผ้าไทย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวางกลยุทธ์แบรนด์ ไปจนถึงการสร้างภาพลักษณ์สินค้าในตลาดยุคดิจิทัล พร้อมจัดกิจกรรมศึกษาดูงานเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเครือข่ายธุรกิจ รวมถึง Workshop Design Camp ที่เปิดพื้นที่ให้นักออกแบบและผู้ประกอบการได้ทดลองแนวคิดใหม่ ๆ อย่างเข้มข้น นำไปสู่การประกวดผลงานการออกแบบและนำเสนอผลงานชิงเงินรางวัล พร้อมโล่ประกาศนียบัตร /วุฒิบัตร ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณธัณญนันท์ ภิรมย์นพกิจกุล จากแบรนด์ Bhirom.boutiques รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณรัฐพล ทองดี จากแบรนด์ KRAMPHON และคุณภาสกร ข้ามสาม จากแบรนด์ mohhomphrae และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณณัฐธิดา งามขำ จากแบรนด์ หลงฮักฝ้าย คุณปุณยนุช สัมมาวิภาวีกุล จากแบรนด์ ผ้าฝ้ายก๋องแก้ว และคุณศรัณย์ สรรประเสริฐ แบรนด์ SARAN Handcraft

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำหนังสือทำเนียบผลิตภัณฑ์ (E-Catalog) 2 ภาษา เพื่อสนับสนุนการตลาดในระดับสากล พร้อมกิจกรรมทดลองตลาด ควบคู่ประชาสัมพันธ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยผ่าน Influencer ในการสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ผ้าไทยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ภาพลักษณ์และยอดสั่งซื้อ โดยคาดว่าภายหลังเข้าร่วมกิจกรรมผู้ประกอบการจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 10

ความสำเร็จของ "DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe" ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ผ้าไทย หากยังเป็นต้นแบบการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการตลาดสมัยใหม่ เพื่อยกระดับผ้าทอพื้นเมืองไทยสู่แฟชั่นสร้างสรรค์ระดับสากล สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันผ้าไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลกอย่างภาคภูมิ นายสุรพล กล่าวทิ้งทาย

DIPROM ปลุกพลัง "Thai Weave, Trendy Vibe" หนุนผู้ประกอบการพัฒนาผ้าศิลปาชีพสู่แฟชั่นสร้างสรรค์