ปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่กระจายเชื้อวัณโรค อาจแบ่งได้เป็น 3 ด้าน
- ปัจจัยด้านผู้ป่วย เช่น วัณโรคปอด หลอดลมหรือกล่องเสียง ในระยะที่มีเชื้อในเสมหะ หรือมีแผลโพรงในปอด จะมีเชื้อจำนวนมาก สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ง่าย
- ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น สถานที่อับทึบและคับแคบ แสงแดดส่องไม่ถึง การถ่ายเทอากาศไม่ดี เชื้อจะไม่ตาย สามารถแพร่กระจายเชื้อได้นาน
- ปัจจัยด้านระบบบริการ เช่น การวินิจฉัยและรักษาล่าช้า การให้ยารักษาไม่ถูกต้อง การรักษาไม่ครบ การทำหัตถการที่ทำให้เกิดละอองฝอย ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของเชื้อ
มีคนรู้จักเป็นวัณโรค แล้วหนูจะเป็นอะไรไหมหมอ....ใกล้แค่ไหนถึงต้องกลัว?
สำหรับผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยและอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองอาการ และเอกซเรย์ปอดโดยเร็วที่สุด ได้แก่
- บุคคลที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และได้ใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรคปอด
- บุคคลทั่วไป ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรคปอดในช่วง 3 เดือน ก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษา
- ผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมบ้านเป็นประจำกับผู้ป่วย
- ผู้สัมผัสใกล้ชิด เป็นระยะเวลาสะสมเฉลี่ย 120 ชั่วโมง/เดือน
- เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่ได้สัมผัสผู้ป่วย
ผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยในระยะสั้น ๆ หรือไม่ได้สัมผัสใกล้ชิด ถือว่าความเสี่ยงต่ำ
เมื่อไหร่? ควรสงสัยว่าเป็นวัณโรค
แม้ว่าผู้ป่วยวัณโรคส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการ แต่หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้
- มีไข้ โดยเฉพาะไข้ในเวลากลางคืน เรื้อรัง เกิน 1 สัปดาห์ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา
- เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
- อาการไอเรื้อรัง หรือไอเป็นเลือด
โดยเฉพาะหากมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค ไม่ควรละเลย !! ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องป้องกันสุขภาพตนเองและคนรอบข้างให้ปลอดภัยจากวัณโรคได้ ทั้งนี้ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษา มาตรฐานการให้บริการ ระบบการดูแลผู้ป่วยด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ และผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) ประเทสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2025 รวมถึง โปรแกรมการรับรอง AACI "ความเป็นเลิศด้านสตรีมีครรภ์" AACI Clinical Excellence Certification Maternity Services ค.ศ.2025, ISO 7101:2023 - Health Care Organization Management และ ISO 9001:2015 - Quality Management Systems กรณีหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ โทร.1507 Line: @navavej