นายอภิสิทธิ์ ธีรภาพรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าวว่า "ซีพี-เมจิ ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด 'เพิ่มคุณค่าชีวิต - Enriching Life' โดยหนึ่งในมิติสำคัญคือ Enriching Planet ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ โครงการ 'ซีพี-เมจิ รีไซขุ่น' จึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกต้อง และเพิ่มคุณค่าให้กับบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้แล้ว จากข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมสะท้อนว่า ฝาพลาสติกเป็นหนึ่งในขยะที่พบมากที่สุดในทะเลไทย แม้จะเป็นชิ้นเล็ก แต่ใช้เวลาในการย่อยสลายนาน แต่ทั้งนี้ บรรจุภัณฑ์พลาสติกก็สามารถนำกลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีประโยชน์ได้
ในปีนี้ เราจึงตั้งใจหยิบ 'ฝาเล็ก ๆ' มาเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ผ่านภารกิจ 'เปลี่ยนฝาเป็นโต๊ะ (From Caps to Classrooms)' ฝาขวดพลาสติกจากร้าน Cafe Amazon ทั่วประเทศ จะถูกรวบรวมและส่งต่อผ่านไปรษณีย์ไทย ก่อนเข้าสู่กระบวนการอัปไซเคิลเป็นแผ่นโต๊ะ (Tabletop) และผลิตเป็นชุดโต๊ะและเก้าอี้นักเรียน เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา โดยในปีนี้เรายินดีที่ได้พาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งอย่าง Cafe Amazon และไปรษณีย์ไทย มาร่วมขับเคลื่อนโครงการ ทำให้ฝาพลาสติกจากทั่วประเทศสามารถออกเดินทางไกลไปสู่โต๊ะเรียนที่เด็ก ๆ จะได้ใช้ทุกวัน"
ทางด้านนายไกรพิท เปรมมณี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า "Cafe Amazon ตระหนักถึงปัญหาขยะและการลดใช้พลาสติก ทุกวันร้าน Cafe Amazon มีการใช้งานฝาพลาสติกจำนวนมากจากการดำเนินงานของสาขาทั่วประเทศ เราจึงมองว่าสิ่งเล็ก ๆ อย่างฝาขวด หากจัดการอย่างเป็นระบบ ก็สามารถสร้างคุณค่าใหม่ได้ ในโครงการ 'ซีพี-เมจิ รีไซขุ่น ปี 3' Cafe Amazon จึงใช้ศักยภาพของเครือข่ายร้าน 4,800 สาขาทั่วประเทศ เป็นจุดรวบรวมฝาขวดพลาสติกจากการใช้งานจริงในร้าน ก่อนบรรจุใส่กล่องของไปรษณีย์ไทย เพื่อเตรียมส่งต่อเข้าสู่กระบวนการอัปไซเคิล ซึ่งไม่เพียงช่วยลดขยะพลาสติก แต่เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นทรัพยากรที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมได้จริง สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ OR หรือ OR SDG ที่จะตอบโจทย์เป้าหมาย 'GREEN' ในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนอีกด้วย"
ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า "ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแนวคิด Circular Economy ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ ผ่านโครงการ Green Hub ที่เปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจ ภาคชุมชน และประชาชน มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ความร่วมมือในโครงการ 'ซีพี-เมจิ รีไซขุ่น ปี 3' ไปรษณีย์ไทยในฐานะเครือข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ ที่ช่วยเชื่อมโยงความตั้งใจของพันธมิตรและสังคมให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ได้นำศักยภาพเครือข่ายไปรษณีย์ทั่วประเทศและบุรุษไปรษณีย์ มาสนับสนุนการรับและขนส่งฝาพลาสติกจากร้าน Cafe Amazon เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการอัปไซเคิลเป็นชุดโต๊ะและเก้าอี้นักเรียน ซึ่งไม่เพียงเป็นการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สอดคล้องกับบทบาทของไปรษณีย์ไทยที่มุ่งเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และโอกาสดี ๆ ให้เดินทางไปถึงกันได้ทั่วประเทศ"
โครงการ "ซีพี-เมจิ รีไซขุ่น ปี 3" จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 โดยซีพี-เมจิตั้งเป้าหมายผลิตชุดโต๊ะและเก้าอี้นักเรียนจำนวนกว่า 200 ชุด เพื่อส่งมอบให้กับโรงเรียนเป้าหมายภายใน
ไตรมาสที่ 2 ปีนี้" นายอภิสิทธิ์ กล่าวปิดท้าย