ระยะทางหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ
ล่าสุด อีเวนต์ที่ดังกระหึ่มในโลกโซเชียลรวมทั้งวงการแข่งขันวิ่งแนวตั้งระดับโลกหรือ Vertical Run ซึ่งหลายคนเรียกแบบไม่เป็นทางการว่าการแข่งขันวิ่งขึ้นตึกสูง หนึ่งในกีฬาสุดฮิตของนักกีฬาจากทั่วทุกมุมโลกเพราะต้องมีทั้งความอึด-ถึก-ทนอย่างครบเครื่องเท่านั้นจึงจะมีโอกาสเข้าถึงเส้นชัยได้ ว่ากันว่าไม่จำเป็นต้องเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ขอแค่เข้าถึงเส้นชัยคนที่เท่าไหร่ก็ได้ คุณก็ได้ชื่อว่าสามารถทำลายขีดจำกัดทั้งทางกายและชนะใจตัวเองได้แล้ว สิ่งนี้คือความพิเศษของกิจกรรมวิ่งแนวตั้งที่แท้จริง
ไทยปักหมุดวิ่งแนวตั้ง 3 ออฟฟิศตึกสูงใจกลางเมือง
ล่าสุด กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จัดงานวิ่งแนวตั้งพิชิตตึกอาคารสำนักงานใจกลางเมือง 3 โครงการยักษ์ ภายใต้กิจกรรม "Bangkok Vertical Run Challenge Series 2026"
สำหรับนักวิ่งที่เข้าร่วมวิ่งขึ้นตึกครบทั้ง 3 แห่ง จะได้รับเอกสิทธิ์ในการเป็นหนึ่งในผู้พิชิตการแข่งขันวิ่งแนวตั้งที่มีระดับความสูงรวมกัน 568.65 เมตร หรือจำนวนบันได 3,667 ขั้น โดยข้อมูลลึกแต่ไม่ลับระบุว่าทั้ง 3 อาคารที่กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ เลือกเฟ้นมาจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีจุดร่วมตรงที่เป็นอาคารทันสมัยที่สุดเท่าที่การก่อสร้างและการดีไซน์ของโลกยุคปัจจุบันจะอำนวยให้
อีเวนต์วิ่งแนวตั้งครั้งนี้ ปูพรมการจัดกิจกรรม 1 เดือนเต็ม ประเดิมด้วยกำหนดการวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา วิ่งขึ้นตึกโครงการ "มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์" ที่ระดับความสูง 32 ชั้น จำนวน 976 ขั้นบันได
ถัดมา วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กิจกรรมวิ่งแนวตั้งระเบิดอีกครั้งที่โครงการ "สาทรสแควร์" ณ ความสูง 41 ชั้น จำนวนบันได 1,086 ขั้น และเอนด์เกมที่โครงการสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา กับเมกะโปรเจ็กต์ภาคเอกชนทุ่มทุนสร้างเพียงโครงการเดียวแต่มีมูลค่าสูงถึง 1.2 แสนล้านบาทอย่างโครงการ วัน แบงค็อก โดยปักหมุดโชว์เคสกันที่"วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 4" ความสูง 49 ชั้น จำนวน 1,605 ขั้นบันได
อึด-ถึก-ทน สุดยอดความท้าทายนักวิ่งแนวตั้ง
ทั้งนี้ทั้งนั้น นักวิ่งทุกคนในงานวิ่งแนวตั้ง ไม่ว่าจะฉายเดี่ยวหรือมาแบบกลุ่มก็สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ทั้งหมด ทุกคนได้รับการต้อนรับขับสู้ในฐานะแขกรับเชิญของกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ รางวัลของนักวิ่งแนวตั้งทั้ง 3 โครงการยักษ์ในไทย แน่นอนว่านอกจากปลายทางของการได้ทลายขีดจำกัดของตัวเองจนถึงเส้นชัยบนยอดตึกของอาคารแล้ว ยังได้รับโบนัสจากการได้เทกวิวเมืองมหานครกรุงเทพทำเลใจกลางเมือง วิวที่อัดแน่นไปด้วยภาพภูเขาตึกสูง วิวเมืองสวย ๆ เหนือจินตนาการจนทำให้กรุงเทพฯ ได้รับการยอมรับในฐานะเมืองมหานครระดับโลกเทียมบ่าเทียมไหล่กับมหานครชั้นนำอย่างนิวยอร์ก ลอนดอน และเมืองดังอื่นๆ อีกมากมาย ในแบบที่น้อยคนจะได้เห็นด้วยสายตาตัวเอง
ย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศการจัดงานครั้งแรกที่ 'มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์' เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีนักวิ่งกว่า 300 คนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน หรือวัยเก๋า ทั้งชาวไทยและต่างชาติ
สำหรับสาทรสแควร์ นับเป็นตึกที่สองของซีรีส์การแข่งขัน 'Bangkok Vertical Run Challenge Series 2026' ด้วยความสูงถึง 41 ชั้น จำนวน 1,086 ขั้นบันได เพิ่มความท้าทายให้ผู้เข้าร่วมกว่า 350 คน โดยไฮไลต์ที่ทำให้สนามนี้พิเศษยิ่งขึ้น คือการได้สัมผัสวิวท้องฟ้ายามเช้าพร้อมบรรยากาศของถนนสาทร หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิ่งเก็บภาพบรรยากาศและชัยชนะร่วมกัน ทั้งนี้ อีเวนต์วิ่งแนวตั้งที่ปลุกพลังคนเมืองสายแอคทีฟ โดยกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ต่อยอดจากแนวคิดการใช้ชีวิตแบบ Active Urban Lifestyle
ไฮไลต์ของการแข่งขันอยู่ที่สนามสุดท้าย ณ วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 4 อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมภายในโครงการวัน แบงค็อก เมืองกลางใจ บนทำเลผืนใหญ่ที่สุดขนาด 108 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางพระราม 4 ด้วยความสูง 49 ชั้น 1,605 ขั้นบันได นับเป็นสนามที่สูงที่สุดของซีรีส์นี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังและเสียงเชียร์จากครอบครัวและคอมมูนิตี้สายวิ่งกว่า 450 คน และร่วมงานเลี้ยงปิดท้ายซีรีส์การแข่งขันพร้อมดื่มด่ำวิวเมืองแบบพาโนรามา 360 องศา เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจและเฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกัน
ความพิเศษของการแข่งขันสนามสุดท้ายนี้ ได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาร่วมเป็นประธานเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ สะท้อนการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนเมือง พร้อมร่วมให้กำลังใจนักวิ่งที่มุ่งมั่นพิชิตความสูงของอาคารระดับแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ สร้างบรรยากาศแห่งแรงบันดาลใจตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงเส้นชัย
สำหรับผู้ที่ทำเวลาได้ดีที่สุดทั้ง 3 สนาม ได้แก่ แชมป์โลกนักวิ่งขึ้นตึกชาวมาเลเซีย 'Soh Wai Ching' ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นและท้าทายทั้งกำลังกายและกำลังใจ ขณะที่นักวิ่งอีกหลายคนต่างตั้งเป้าทำลายสถิติของตนเอง นับเป็นเสน่ห์ของกีฬาวิ่งแนวตั้งที่ไม่ได้วัดเพียงความเร็ว แต่คือการเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองในทุกก้าว
ส่งต่อพลังบวกผ่านมูลนิธิดวงใจใหม่ (New Heart Foundation)
หนึ่งในกิมมิกของกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นสะพานบุญให้ผู้เข้าร่วมทั้ง 3 สนามได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ เพราะทุก ๆ การสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้เปลี่ยนเป็นเงิน 100 บาท เพื่อนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ผ่านมูลนิธิดวงใจใหม่ (New Heart Foundation) ตลอดซีรีส์การแข่งขัน รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 114,600 บาท ตอกย้ำแนวคิดการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ให้ความสำคัญทั้งในมิติของสุขภาพ สังคม และเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน