แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ฮีทสโตรกเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดจากร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ทำให้อุณหภูมิร่างกาย สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ผู้ป่วยอาจมีอาการตัวร้อนจัด เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ชีพจรเต้นเร็ว รวมถึงอาการทางระบบประสาท เช่น สับสน ซึม หรือหมดสติ ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากพบผู้มีอาการสงสัยฮีทสโตรก ควรรีบนำเข้าที่ร่มหรือบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก คลายเสื้อผ้า ลดอุณหภูมิร่างกายด้วยการเช็ดตัวหรือประคบเย็น ใช้พัดลมช่วยระบายความร้อน และรีบนำส่งสถานพยาบาล หรือโทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ด้าน นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวเสริมว่า ในช่วงอากาศร้อนจัด ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะช่วงเวลา 11.00-15.00 น. ดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอแม้ไม่รู้สึกกระหาย สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และพักในสถานที่ที่อากาศถ่ายเท หากจำเป็นต้องทำงานกลางแจ้ง ควรหยุดพักเป็นระยะและสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย ทั้งนี้ การป้องกันฮีทสโตรกสามารถทำได้ด้วยการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม ทั้งการหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในช่วงอากาศร้อน เพื่อลดความเสี่ยงต่ออันตรายและดูแลสุขภาพได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว
ขณะที่ นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เน้นย้ำว่า การออกกำลังกายในช่วงฤดูร้อนควรปรับให้เหมาะสม โดยเลือกช่วงเวลาเช้าหรือเย็น หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแดดจัด และดื่มน้ำก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลังกายอย่างเพียงพอ หากมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือหัวใจเต้นเร็ว ควรหยุดกิจกรรมทันที