PCE พร้อมดันกำลังผลิตไบโอดีเซลรองรับความต้องการ B7-B20 มั่นใจวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบทั้งระบบเพียงพอ

บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) ประกาศความพร้อมรองรับนโยบายรัฐดัน B7-B20 ฟากผู้บริหาร "พรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล" ชูศักยภาพสามารถผลิตน้ำมันไบโอดีเซลได้สูงกว่า 1.3 ล้านลิตรต่อวัน หรือ 40.0 ล้านลิตรต่อเดือน มั่นใจวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบในประเทศเพียงพอหลังเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลผลผลิตปาล์มขาขึ้น พร้อมรับความต้องการไบโอดีเซลที่มีแนวโน้มพุ่งแตะ 6.0-8.0 ล้านลิตรต่อวัน

Wednesday 1 April 2026 16:23
PCE พร้อมดันกำลังผลิตไบโอดีเซลรองรับความต้องการ B7-B20 มั่นใจวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบทั้งระบบเพียงพอ

นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ไทยมีการใช้อัตราส่วนผสมไบโอดีเซล B5 ตลอดทั้งปี ซึ่งใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นวัตถุดิบราว 0.9 ล้านตันต่อปี ปัจจุบันภาครัฐมีการปรับใช้ B7 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน และผลักดัน B20 เป็นทางเลือก จะส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 6.0-8.0 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นการใช้น้ำมันปาล์มดิบประมาณ 2.0-2.2 ล้านตันต่อปี

"ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอในการรองรับความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ โดยสามารถนำน้ำมันปาล์มดิบที่ส่งออกปีละ 1.2 ล้านตัน มาปรับเปลี่ยนเป็นการผลิตไบโอดีเซล B100 ได้ทันที โดยไม่กระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และทำให้ภาครัฐลดงบประมาณในการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ในปี 2569 ยังคาดการณ์ว่า ผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบของไทยจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 4 ล้านตัน ส่งผลให้สามารถรองรับนโยบายการปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลของภาครัฐได้อย่างเพียงพอ"

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ มีความพร้อมในการตอบสนองความต้องการด้านไบโอดีเซลในประเทศอย่างเต็มกำลังการผลิต โดยบริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด ภายใต้ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่ของประเทศ โดยสามารถผลิตไบโอดีเซลได้สูงถึง 40.0 ล้านลิตรต่อเดือน พร้อมที่จะรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงงานสกัดที่ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ในราคายุติธรรมตามกลไกตลาด มาผลิตเป็นไบโอดีเซล เพื่อส่งมอบให้ Major Oil นำไปผสมในน้ำมันดีเซลตามสัดส่วนที่ภาครัฐกำหนด

ปัจจุบัน PCE ยังมีโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบของกลุ่มบริษัทฯ สามารถรองรับผลปาล์มสดจากเกษตรกรได้สูงสุด 150 ตันต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันต่อวัน ทำให้สามารถป้อนวัตถุดิบ เพื่อผลิตไบโอดีเซล B100 ได้อย่างต่อเนื่องอีกทางหนึ่ง

ด้านกลุ่มธุรกิจขนส่ง PCE สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยรถขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม น้ำมันเชื้อเพลิง และสินค้าทั่วไป มากกว่า 160 คัน มีเรือขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มและสินค้าทั่วไป จำนวน 13 ลำ และคลังสินค้าและท่าเทียบเรือในจุดยุทธศาสตร์ 2 แห่ง คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถจัดเก็บน้ำมันปาล์มและเชื้อเพลิงรวม 240,000 ตัน พร้อมท่าเทียบเรือขนาด 500 ตันกรอส

"PCE มีศักยภาพที่พร้อมตอบสนองความต้องการของตลาดในทุกมิติ มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีคุณภาพ เพื่อเป็นโครงสร้างที่สำคัญของภาคพลังงานไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร" นายพรพิพัฒน์กล่าวในที่สุด

ที่ผู้ประกอบการจังหวัดกำลังการผลิต (ลิตร/วัน)
1บจ. น้ำมันพืชปทุมปทุมธานี3,400,000
2บมจ. โกลบอลกรีนเคมิคอลระยอง
ชลบุรี
1,234,320
693,642
3บจ. นิว ไบโอดีเซลสุราษฎร์ธานี1,300,000
4บจ. บีบีจีไอ ไบโอดีเซลอยุธยา1,000,000
5บมจ. เอไอ เอนเนอร์จีสมุทรสาคร722,222
6บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ปราจีนบุรี650,000
7บจ. พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ประจวบคีรีขันธ์630,000
8บจ. เซอร์คูล่า เอ็นเนอร์ยีปทุมธานี600,000
9บจ. พลังงานสุขสมบูรณ์ชลบุรี450,000
10บจ. โกลบอล ไบโอ พาวเวอร์ระยอง400,000
11บจ. แมทเทอร์ ออยล์ ซินเนอรจีชุมพร200,000
12บจ. วีระสุวรรณสมุทรสาคร200,000
รวมกำลังการผลิต11,480,184

ที่มา : กรมธุรกิจพลังงาน (มีนาคม 2569)