เวทีเสวนาครั้งนี้รวบรวมมุมมองจากผู้นำหลากหลายบทบาทในวงการอาหารไทย ได้แก่ คุณอิ๊งค์ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิมแถวหน้าของประเทศไทย, คุณพีช อีทแหลก อินฟลูเอนเซอร์สายกิน, คุณปลา อัจฉรา บุรารักษ์ Founder & Creative Director, iberry Group และ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เพื่อสะท้อนว่ารสชาติอาหารไทยจะสามารถต่อยอดจากรากเหง้าทางวัฒนธรรมไปสู่พลังทางเศรษฐกิจในระดับประเทศได้อย่างไร
หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิมแถวหน้าของประเทศไทย กล่าวว่า เสน่ห์ของอาหารไทยอยู่ที่ความหลากหลายของรสชาติ รายละเอียดของวัตถุดิบ และวิธีการปรุงที่สะท้อนภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้คนจดจำได้ อาหารไทยจึงไม่ได้มีเพียงความอร่อย แต่ยังมี "ราก" และ "เรื่องราว" ที่ทรงคุณค่า ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดร่วมกับข้อมูลและเทรนด์การบริโภคในปัจจุบันได้ โดยหัวใจสำคัญคือการหาสมดุลระหว่างการรักษาตัวตนดั้งเดิมกับการปรับตัวให้ทันยุคสมัย
ด้าน คุณภูณทัศน์ วิวัฒพัฒนอนันต์ หรือ พีชอีทแหลก อินฟลูเอนเซอร์ร์และนักกินชื่อดัง สะท้อนบทบาทของผู้บริโภคยุคใหม่ว่า โซเชียลมีเดียเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมการกิน ตั้งแต่การค้นหาร้านจนถึงการตัดสินใจเลือกเมนู คอนเทนต์ที่โดนใจสามารถทำให้ร้านเล็ก ๆ หรือเมนูธรรมดากลายเป็นไวรัลได้ในเวลาอันรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้ร้านเติบโตได้ในระยะยาวไม่ใช่เพียงกระแส แต่คือคุณภาพ รสชาติ และความสม่ำเสมอที่ทำให้ลูกค้ากลับมากินซ้ำ ร้านอาหารในวันนี้จึงต้องคิดควบคู่กันทั้งเรื่องการสร้างการรับรู้และการรักษามาตรฐาน
ขณะที่ คุณปลา อัจฉรา บุรารักษ์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร iberry group ร่วมถ่ายทอดแนวคิดในการยกระดับอาหารไทยให้มีมูลค่าเพิ่มและก้าวไกลในระดับสากล โดยชี้ว่า การสร้างมูลค่าให้กับอาหารไทยไม่ใช่การทิ้งรากเดิม แต่คือการรักษาเอกลักษณ์ของรสชาติ พร้อมทำความเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ และปรับรายละเอียดให้เหมาะกับความต้องการของตลาด เช่น การปรับระดับความเผ็ดให้เข้ากับแต่ละประเทศ โดยยังคงจิตวิญญาณของอาหารไทยไว้ รวมถึงการค้นหาเมนูหรือรสชาติที่สามารถเป็น Nation Favorite แล้วต่อยอดด้วยการสร้างความแตกต่าง ทั้งในมิติของรสชาติ เรื่องราวแบรนด์ และประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมวางระบบหลังบ้านและทีมงานที่แข็งแรง เพื่อรองรับการเติบโตโดยไม่สูญเสียคุณภาพ
ปิดท้ายด้วย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ที่ชี้ให้เห็นว่า ร้านอาหารไทยมีจุดแข็งสำคัญอยู่แล้วคือ "รสชาติ" แต่ความท้าทายคือการเปลี่ยนความอร่อยให้กลายเป็นการเติบโตที่ขยายผลได้อย่างมีระบบ ผู้ประกอบการจำนวนมากยังขาดโครงสร้างและเครื่องมือบริหารจัดการที่รองรับการขยายธุรกิจ ในมุมของ LINE MAN Wongnai จึงไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแพลตฟอร์มเดลิเวอรี แต่เป็น โครงสร้างพื้นฐาน ที่ช่วยติดอาวุธให้ผู้ประกอบการไทย ผ่านการอัปสกิล รีสกิล และโซลูชันที่ช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร โดยจุดแข็งสำคัญของ LINE MAN Wongnai คือการนำ Data และ Technology มาช่วยเชื่อมต่อทั้งระบบนิเวศอาหาร ตั้งแต่การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การมองหาโอกาสการเติบโต ไปจนถึงการช่วยให้ร้านอาหารตัดสินใจทางธุรกิจได้แม่นยำขึ้น โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์มสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างน่าสนใจ เช่น ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ความนิยมในเมนูอาหารคลีนและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเติบโตขึ้น 20% ขณะที่เมนูตามฤดูกาลอย่างมะยงชิดเติบโตสูงถึง 30 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าการเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งสามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจและยอดขายได้จริง
บทสนทนาจากเวที LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026 ตอกย้ำว่า "รสชาติอาหารไทย" ไม่ได้เป็นเพียงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เมื่อรากเหง้าดั้งเดิมถูกต่อยอดด้วยความเข้าใจผู้บริโภค การสร้างแบรนด์อย่างมีระบบ และการใช้เทคโนโลยีกับข้อมูลเป็นเครื่องมือสนับสนุนอย่างเหมาะสม อุตสาหกรรมอาหารไทยก็มีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ร่วมสนับสนุนร้านอาหารไทยคุณภาพ พร้อมติดตามรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับรางวัลทั้งหมด 685 ร้านทั่วไทย ได้ที่ https://www.wongnai.com/news/line-man-wongnai-users-choice-2026