นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 พบหลายพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีแดง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนใน 11 จังหวัด ได้แก่ น่าน พะเยา ลำปาง ลำพูน เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ แม่ฮ่องสอน บึงกาฬ นครพนม และหนองคาย โดยค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ที่ 293.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน สถานการณ์ดังกล่าวกระทบต่อกลุ่มเปราะบางกว่า 1.6 ล้านราย ทั้งเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสุขภาพสูงกว่าประชาชนทั่วไป
ด้าน นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แม้ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยอาการรุนแรง แต่มีแนวโน้มเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเฉียบพลัน กระทรวงสาธารณสุขจึงสั่งการให้พื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ 9 จังหวัดภาคเหนือ เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ ได้กระจาย "มุ้งสู้ฝุ่น" และสนับสนุนห้องปลอดฝุ่นในครัวเรือนผู้ป่วยติดเตียงแล้ว 2,523 ชุด จัดทำห้องปลอดฝุ่นในสถานบริการสาธารณสุข 1,359 ห้อง และขยายไปยังโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ รวม 993 ห้อง พร้อมกันนี้ อสม.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ดูแลกลุ่มเสี่ยงสะสมกว่า 4,776,159 ล้านราย คัดกรองสุขภาพเชิงรุกกว่า 30,000 ราย และสนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่นกว่า 1,948,741 ชิ้น
"นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) ในระดับจังหวัด เพื่อเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และประสานการดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเพิ่มการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ค่าฝุ่นสูง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นอย่างถูกวิธี และหากมีอาการผิดปกติ เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือระคายเคืองรุนแรง ให้รีบพบแพทย์ หรือโทรสายด่วนกรมอนามัย 1478 เพื่อรับคำแนะนำทันที" ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ กรมอนามัยแนะนำให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันตนเอง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงค่าฝุ่นสูง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากาก N95 และสวมให้กระชับ เด็กเล็ก ควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะที่หญิงตั้งครรภ์ควรลดการสัมผัสฝุ่นเพื่อลดความเสี่ยงต่อทารก ส่วนผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคประจำตัวควรเฝ้าระวังอาการ รับประทานยาสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ พร้อมแนะปรับบ้านเป็น "พื้นที่ปลอดฝุ่น" ปิดประตูหน้าต่างใช้เครื่องฟอกอากาศ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อฝุ่นภายในบ้าน