บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ผนึกกำลัง ตำรวจไซเบอร์ ชูแคมเปญรณรงค์ "ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ" ยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด จัดแถลงความร่วมมือกับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ในการสร้างความร่วมมือรณรงค์เรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ เนื่องด้วยปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นในสังคม โดยมิจฉาชีพได้ใช้อุบายต่าง ๆ เช่น การหลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมและลิงก์หลอกลวง (Phishing Link) เพื่อโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์) จึงได้ผนึกกำลังกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ "ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ" เพื่อสร้างการตระหนักรู้เรื่องภัยไซเบอร์แก่ประชาชนที่สามารถเริ่มได้จากตัวเอง เสมือนเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันด้านอาชญากรรมไซเบอร์ ให้คนไทยตระหนักรู้เท่าทันกลโกงยุคดิจิทัล และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล

Thursday 2 April 2026 17:01
บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ผนึกกำลัง ตำรวจไซเบอร์ ชูแคมเปญรณรงค์ "ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ" ยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

การร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความห่วงใยของทั้งบิทคับ เอ็กซ์เชนจ์และ บช.สอท. ต่อพี่น้องประชาชน เนื่องด้วย ปัจจุบันวิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพมีความซับซ้อนและแยบยลมากขึ้น ทั้งยังมีการแพร่ระบาดในหลากหลายช่องทางและหลายภาคส่วน เช่น โฆษณาหลอกลงทุนบน YouTube และโซเชียลมีเดีย

ตัวอย่างล่าสุดที่เป็นประเด็นดังในสังคม คือ กรณีที่มิจฉาชีพได้ใช้เทคโนโลยี AI และ Deepfake สร้างตัวตนปลอมในชื่อ "สมชาย แซ่ตั้ง" เพื่อแอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน และชักชวนให้คลิกลิงก์สมัครแพลตฟอร์มลงทุนปลอม โดยมิจฉาชีพยังมีการนำภาพใบหน้าของ คุณอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ ไปใช้ร่วมกับเทคโนโลยี Deepfake เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเนื้อหาโฆษณา ส่งผลให้ผู้ใช้งานจำนวนมากเกิดความสับสน เนื่องจากรูปแบบโฆษณามีความสมจริง และมีการอ้างอิงถึงแพลตฟอร์มคริปโตที่คนไทยคุ้นเคย ทำให้มีความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานอาจเข้าใจผิดและตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้

เพื่อลดความสับสนและรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว บิทคับ ออนไลน์ ได้ออกแคมเปญรณรงค์ "#ผมไม่ใช่สมชายแซ่ตั้ง" โดยนำสื่อที่มิจฉาชีพใช้สร้างตัวตนปลอมกลับมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการสื่อสารเตือนภัย ผ่านคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียและการสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงความเสี่ยงของโฆษณาหลอกลงทุน รวมถึงแนะนำให้ตรวจสอบแหล่งที่มาและหลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ต้องสงสัยก่อนตัดสินใจลงทุน แคมเปญดังกล่าวได้รับความสนใจและการพูดถึงในวงกว้างบนโลกออนไลน์ จนได้รับยอดเข้าชมสูงรวมทุกช่องทางถึง 10 ล้านครั้งภายในไม่กี่วัน ช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับกลโกงรูปแบบ AI Deepfake และ Phishing ที่กำลังเพิ่มขึ้น และมีส่วนสำคัญในการลดความเข้าใจผิดของผู้ใช้งานที่อาจเชื่อมโยงโฆษณาหลอกลวงให้ถูกต้อง

พิธีแถลงความร่วมมือครั้งนี้จัดขึ้น ณ สำนักงานของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด โดยผู้บริหารจาก บิทคับ ออนไลน์ และบช. สอท. ได้ร่วมหารือแนวทางประสานงานเชิงลึกและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสร้างความตระหนักรู้ด้านภัยไซเบอร์ให้กับประชาชน พร้อมส่งเสริมความรู้ในการตรวจสอบและป้องกันตนเองจากกลโกงรูปแบบใหม่ เพื่อให้สังคมสามารถรับมือกับภัยออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บิทคับ ออนไลน์ ยังเตรียมสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือข้อมูลทางเทคนิค สินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานและดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป พร้อมร่วมผลิตสื่อประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างเกี่ยวกับภัยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

คุณอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ กล่าวว่า "ที่ผ่านมาเราได้พบเจอการกระทำจากมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อบิทคับเป็นจำนวนมาก ซึ่งทีมงานและผู้เชี่ยวชาญของเราได้ส่งเรื่องให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อดำเนินการหยุดโฆษณาจากมิจฉาชีพมาโดยตลอด เราตระหนักดีว่าการไล่ตามปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ วันนี้กลุ่มบริษัทบิทคับ รวมถึง บิทคับ ออนไลน์ จึงต้องการใช้ความเชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่เรามีเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตามกระบวนการทางกฎหมาย ควบคู่ไปกับการเร่งส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนเท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ เพราะเกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือการที่ประชาชนคนไทยมีความเข้าใจและระมัดระวังตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่ต้น ตามแนวคิด 'ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ"

ด้าน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง หรือ "ผู้การแจ้" รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) เน้นย้ำว่า "ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือกับบิทคับ ออนไลน์ เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าใจข้อมูลเทคนิคเชิงลึก ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและเก็บรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานดิจิทัล สินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวผู้กระทำผิดและคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียหาย เช่น ปฏิบัติการ Operation 293 ที่ผ่านมา ประการสำคัญ ความร่วมมือนี้ถือเป็นตัวอย่างอันดีในการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนเกี่ยวกับการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันภัยมิจฉาชีพออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ประชาชนตระหนักและระมัดระวังภัยไซเบอร์ได้ดียิ่งขึ้น และเป็นแนวทางที่ลดความเสียหายของพี่น้องประชาชนจากภัยมิจฉาชีพอย่างยั่งยืน"

ภายในงานแถลงความร่วมมือ บช.สอท. ยังแนะนำแอปพลิเคชัน Cyber Check แอปพลิเคชันที่พัฒนาโดย ตำรวจไซเบอร์ (CCIB) เพื่อใช้ตรวจสอบและคัดกรองมิจฉาชีพออนไลน์ โดยเน้นการเช็กเลขบัญชีธนาคารและเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัย ก่อนโอนเงินหรือรับสาย เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งบน App Store และ Google Play Store และปัจจุบัน บิทคับ ออนไลน์ ได้ลงทะเบียน Verified ขึ้นเป็นสถานะสีเขียวบน แอปพลิเคชัน Cyber Check เป็นที่เรียบร้อย เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานและนักลงทุนในการติดต่อหรือทำธุรกรรมผ่านทางช่องทางทางการของ บิทคับ ออนไลน์ อีกด้วย

ความร่วมมือในครั้งนี้ครอบคลุมการสร้างความร่วมมือด้านการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชน รวมถึงการรณรงค์สร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยบนรากฐานของความมั่นคงปลอดภัย ความโปร่งใส และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สำหรับประชาชนหรือนักลงทุนที่พบเห็นเหตุผิดปกติเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ สามารถแจ้งเหตุโดยตรงไปยังตำรวจไซเบอร์ สายด่วน 1441 หรือเว็บไซต์ https://www.thaipoliceonline.go.th/ ได้ตลอด 24 ชม. และสำหรับผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ต้องการสอบถามข้อมูลด้านการทำธุรกรรม สามารถติดต่อผ่านทางช่องทางทางการดังนี้

Website: https://www.bitkub.com/

Facebook: https://www.facebook.com/bitkubofficial

Instagram: https://www.instagram.com/bitkubofficial/

Tiktok: https://www.tiktok.com/@bitkubofficial

โทร: 1518 หรือ 02-032-9555

บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ผนึกกำลัง ตำรวจไซเบอร์ ชูแคมเปญรณรงค์ "ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ" ยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี