แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คาดการณ์ว่า ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) จะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพอากาศร้อนจัดเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมร้อน หรือ ฮีตสโตรก (Heatstroke) ประกอบกับในบางพื้นที่ยังมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงอยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอนามัยจึงขอให้ประชาชนยึดหลัก "5 เตรียม" ก่อนล้อหมุน ดังนี้ 1) เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง เพื่อลดความเหนื่อยล้าและป้องกันอาการหลับในขณะขับขี่ หากมีโรคประจำตัว ควรเตรียมยาและเอกสารสำคัญให้พร้อม 2) เตรียมอุปกรณ์ป้องกันอากาศร้อนและฝุ่น โดยเตรียมหมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และครีมกันแดด เตรียมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีดัชนีความร้อนสูงหรือพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง 3) เตรียมของกินแก้ง่วง ได้แก่ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะม่วงเปรี้ยว หรือลูกอมเคี้ยวหนึบ เพื่อช่วยกระตุ้นความตื่นตัว นอกจากนี้ น้ำดื่มสะอาดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ควรดื่มบ่อยๆ โดยไม่ต้องรอกระหาย รวมถึงผลไม้สดที่มีน้ำเยอะ แต่น้ำตาลไม่สูงมาก เช่น แตงโม ชมพู่ แคนตาลูป เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย และ 4) เตรียมยาและเวชภัณฑ์ สำหรับกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วย ต้องเตรียมยาประจำตัวให้เพียงพอตลอดการเดินทาง รวมถึงยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้แพ้ หรือผงเกลือแร่ (ORS) เผื่อกรณีเสียเหงื่อมากจากอากาศร้อน 5) ระหว่างเดินทาง ห้ามทิ้งเด็กและผู้สูงอายุไว้ในรถโดยลำพังโดยเด็ดขาด
"สำหรับผู้ที่ขับรถยนต์ส่วนตัว ตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อมก่อนเดินทาง ควรเลี่ยงกินอาหารประเภทแป้ง ขนมปังขาว ข้าวขาว และข้าวเหนียว เพราะการกินคาร์โบไฮเดรตในอาหารมื้อใหญ่ในปริมาณมาก เป็นเหตุให้เลือดไหลหมุนเวียนไปส่วนอื่นๆ ของร่างกายน้อยลง โดยเฉพาะสมอง ทำให้รู้สึกง่วงซึม เฉื่อยชา นอกจากนี้ ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากง่วงหรือถ้ารู้สึกเมื่อยล้าให้จอดพักทุก 2 ชั่วโมง เพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อลดความเมื่อยล้า ก่อนเดินทางต่อไป ทั้งนี้ การเตรียมตัวที่ดีคือหัวใจสำคัญของการเดินทางในช่วงสงกรานต์นี้ กรมอนามัยขอเน้นย้ำให้ประชาชนหมั่นสังเกตอาการตนเองและคนรอบข้าง หากรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือหายใจลำบากจากฝุ่น และอากาศร้อน ให้รีบหาที่พักในที่ร่มหรือที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกทันที เพื่อให้เทศกาลแห่งความสุขนี้เป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว