เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ นพ.พงศกร บุบผะเรณู ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการบาดเจ็บทางออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลเมดพาร์ค ชวนผู้อ่านทำความเข้าใจโรคกระดูกพรุนอย่างรอบด้าน ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ความเสี่ยง ไปจนถึงแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพกระดูกของผู้สูงวัย
ทำไมแค่ล้มเบา ๆ ถึงกระดูกหัก?
คำถามนี้อาจเกิดขึ้นในหลายครอบครัวที่มีผู้สูงอายุในบ้าน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ "หกล้ม" เพียงเล็กน้อย หรือแม้แต่แรงกระแทกเบา ๆ แต่กลับนำไปสู่อาการบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นกระดูกหัก และส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว
สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจาก "กระดูกพรุน" ที่ไม่แสดงอาการ จากกระดูกที่เคยแข็งแรงค่อย ๆ เปราะบางลงตามอายุ ความน่ากังวลของโรคนี้คือการที่ความแข็งแรงของกระดูกเสื่อมถอยลงอย่างเงียบเชียบ
กระดูกพรุน คืออะไร ทำไมจึงเป็น "ภัยเงียบ"
โรคกระดูกพรุน คือ ภาวะที่มวลกระดูกลดลง และโครงสร้างภายในกระดูกอ่อนแอลง ทำให้กระดูกมีลักษณะพรุน เปราะบาง และแตกหักได้ง่าย โดยมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามวัยที่เพิ่มขึ้น
นพ.พงศกร บุบผะเรณู อธิบายเพิ่มเติมว่า "โรคกระดูกพรุนถูกเรียกว่า 'ภัยเงียบ' เพราะในระยะแรกแทบไม่มีอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวเลยว่ามวลกระดูกลดลง และมักจะทราบก็ต่อเมื่อเกิดกระดูกหักแล้ว"
กระดูกพรุน เกิดจากอะไร ใครคือกลุ่มเสี่ยง
สาเหตุของโรคกระดูกพรุน เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งอายุ ฮอร์โมน พันธุกรรม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่
- ผู้สูงอายุ (ผู้หญิง อายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชาย อายุ 70 ปีขึ้นไป)
- ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
- ผู้ที่ได้รับ แคลเซียม และวิตามินดีไม่เพียงพอ
- ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดต่อเนื่อง เช่น สเตียรอยด์
กระดูกพรุน อาการ ที่หลายคนมองข้าม
แม้ อาการ กระดูกพรุน ในระยะแรกจะไม่ชัดเจนนัก แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าร่างกายเองก็ส่งสัญญาณเตือนให้เรารู้อยู่ตลอดเวลา เช่น
- ส่วนสูงลดลง 2-3 เซนติเมตร
- หลังค่อม หรือรูปร่างเปลี่ยนไป
- ปวดหลังเรื้อรัง
- กระดูกหักง่ายจากอุบัติเหตุเล็กน้อย
นพ.พงศกร เล่าถึงพฤติกรรมที่ทำให้โรคกระดูกพรุนรุนแรงขึ้นจากคำว่า 'ไม่เป็นไร'
"คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าสัญญาณเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจอย่างละเอียด จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุล้มกระดูกหัก จึงทราบภายหลังว่ามีภาวะกระดูกพรุน"
ทำไมการล้มเพียงครั้งเดียว จึงอันตรายมากสำหรับผู้ป่วยกระดูกพรุน
"สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่เรื่องของกระดูกหัก แต่คือผลกระทบที่ตามมาหลังจากนั้น เพราะการล้มเพียงเล็กน้อยเพียงครั้งเดียวของผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน อาจนำไปสู่กระดูกหักในตำแหน่งสำคัญ เช่น สะโพก กระดูกสันหลัง และข้อมือ"
นพ.พงศกร ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมว่า
"ผลกระทบจากอุบัติเหตุนี้จะไม่ได้หยุดแค่การบาดเจ็บ แต่ยังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่ตามมาหลังจากกระดูกหักรุนแรง เช่น การติดเชื้อ ปอดอักเสบ หรือการนอนติดเตียง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวในระยะยาว"
กระดูกพรุน รักษา และดูแลอย่างไร
การดูแลรักษา โรคกระดูกพรุน ต้องทำแบบองค์รวม ไม่ใช่แค่รักษาตามอาการเมื่อเกิดปัญหาแล้ว
โดย นพ.พงศกร แบ่งออกเป็น 3 แนวทางหลัก ได้แก่
- การรักษาด้วยยา
แพทย์จะพิจารณาเลือกยาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น
- ยาชะลอการสลายกระดูก
- ยากระตุ้นการสร้างกระดูก
- การปรับพฤติกรรม
- รับประทานอาหารที่มี แคลเซียม วิตามินดี และโปรตีนเพียงพอ
- ออกกำลังกาย เช่น เดินเร็ว หรือฝึกการทรงตัว เพื่อสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ
- ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่
- การป้องกันการหักซ้ำ
ในบางรายอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับการฟื้นฟู เพื่อช่วยให้กลับมาเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงการหักซ้ำในจุดเดิมและจุดอื่น ๆ ในอนาคต
ตรวจมวลกระดูก รู้ก่อน ป้องกันได้ก่อน
การตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก (Bone Mineral Density: BMD) เป็นวิธีมาตรฐานที่ช่วยประเมินความแข็งแรงของกระดูก ซึ่งการตรวจนี้ใช้เวลาไม่นาน ไม่เจ็บ และช่วยให้ทราบความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
"ยิ่งรู้เร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสป้องกันก่อนที่จะเกิดกระดูกหัก"
การดูแลสุขภาพกระดูกสามารถเริ่มได้ง่าย ๆ ตั้งแต่วันนี้ เพราะสุขภาพกระดูกไม่ใช่สิ่งที่สร้างได้ในระยะสั้น แต่เป็นสิ่งที่ต้อง "ดูแลสะสม" อย่างต่อเนื่อง
นพ.พงศกร กล่าวทิ้งท้ายด้วยความห่วงใยว่า "อย่ารอให้ "การล้มเพียงครั้งเดียว" เปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณและครอบครัวไปตลอดกาล"