BRI ปิดการขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 ยอดจองซื้อเต็มจำนวน 1,300 ล้านบาท ใส่เกียร์ลุย 3 โครงการใหม่ ดันยอดขายตามเป้า 5,000 ล้านบาท

บริทาเนีย ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ 2 ชุดใหม่ ครั้งที่ 1/2569 มูลค่ารวม 1,300 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 6.05% ต่อปี โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างท่วมท้น สะท้อนถึงความไว้วางใจในศักยภาพการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน และทิศทางการเติบโตของบริษัทในระยะยาว พร้อมนำเงินที่ได้ชำระคืนหนี้เดิม (Roll Over) ลุยเปิด 3 โครงการใหม่ตามแผน ดันเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์ 4,000 ล้านบาท และรายได้รวม 3,400 ล้านบาท

Friday 8 May 2026 17:32
BRI ปิดการขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 ยอดจองซื้อเต็มจำนวน 1,300 ล้านบาท ใส่เกียร์ลุย 3 โครงการใหม่ ดันยอดขายตามเป้า 5,000 ล้านบาท

นายกฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ("BRI" หรือ "บริษัท") ผู้นำการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรแนวราบ ภายใต้แนวคิด Crafted for Better Living ใส่ใจเพื่อชีวิตที่ดีกว่า กล่าวถึงเบื้องหลังในความสำเร็จครั้งนี้ว่า มาจากความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่มีต่อพื้นฐานธุรกิจของบริษัท ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการคุณภาพในทำเลศักยภาพ การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยยังคงยึดมั่นในการเติบโตอย่างมีวินัย ควบคู่กับการบริหารจัดการทางการเงินที่เคร่งครัดที่บริษัทฯยึดถือมาโดยตลอด ทำให้บริษัทสามารถสร้างกระแสรายได้ที่มั่นคง และได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง

และในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 บริษัทจึงได้ประกาศความสำเร็จในการขายเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 5 - 7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จำนวน 2 ชุด รวมมูลค่า 1,300 ล้านบาทได้เต็มจำนวน (Sold Out) จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ออกและเสนอขายให้ผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือ ผู้ลงทุนสถาบัน (PO) ได้แก่

  • หุ้นกู้ชุดที่ 1: BRI282A อายุ 1 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.80% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571
  • หุ้นกู้ชุดที่ 2: BRI292A อายุ 2 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.05% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2572

โดยมีหลักประกันเป็นที่ดินเปล่า และโรงแรมพร้อมที่ดิน ในทำเลศักยภาพ อาทิ หัวหิน ภูเก็ต ปากเกร็ด และสุขุมวิท 107 รวมถึงห้องชุดพาณิชยกรรมในโครงการของกลุ่มออริจิ้น โดยมีมูลค่าหลักประกันมากกว่า 1.2 เท่าของมูลค่าหุ้นกู้ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน นอกจากนี้ บริษัทและหุ้นกู้ยังได้รับอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ "BBB-" แนวโน้ม "Stable" จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจและกระแสรายได้ที่มีเสถียรภาพ โดยการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี มีความต้องการจองซื้อสูงเกินกว่ามูลค่าที่เสนอขาย ส่งผลให้บริษัทสามารถปิดการขายได้ครบตามเป้าหมาย

โดยผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 15 แห่ง ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซียไซรัส จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)

พร้อมกันนี้นายกฤษณ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า "BRI ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทมาโดยตลอด กระแสตอบรับที่ดีในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญให้บริษัทเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโครงการคุณภาพ โดยเม็ดเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ชำระคืนหนี้เดิม (Roll Over) พร้อมดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด "Crafted for Better Living" มุ่งยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยตั้งเป้ายอดขาย (Presale) 5,000 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer) 4,000 ล้านบาท และรายได้รวม (Revenue) 3,400 ล้านบาท"

สำหรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท ได้แก่

1) โครงการ Belgravia Exclusive Pinklao-Boromratchachonnani (เบลกราเวีย เอ็กซ์คลูซีฟ ปิ่นเกล้า-บรมราชชนนี) เฟสแรกมูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท

2) โครงการ Brilliant Business Park โมเดล Mixed-use แนวใหม่ รวม "โชว์รูม + ออฟฟิศ + ที่พักอาศัย" ไว้ด้วยกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ THE ULTIMATE HUB FOR NEXT-GEN ENTREPRENEURS พื้นที่ธุรกิจอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทุกวัตถุประสงค์ เฟสแรกมูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท ได้นำร่อง 5 ทำเลยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ พระราม 2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และระยอง โดยเป็นโครงการที่บริษัทฯได้ร่วมมือกับบริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด (ALPHA) ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจอินดัสเทรียล พร็อพเพอร์ตี้ รวมถึงกลุ่มโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า

และ 3) โครงการ Brilliant Avenue เป็นโครงการ Lifestyle Mixed-Use Residences ภายใต้คอนเซ็ปต์ "WHERE WORK AND LIFE BALANCE ที่ซึ่งธุรกิจและความสุข บรรจบกันอย่างลงตัว" เฟสแรกมูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 50 ล้านบาท* โดยเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569