นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "การที่โอสถสภาสามารถก้าวขึ้นมายืนหยัดในตำแหน่งอันดับ 3 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับสากล คือข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของข้อมูล (Data Transparency) ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เราแตกต่าง ในขณะที่โลกกำลังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบได้ โอสถสภาเลือกเปิดเผยตัวเลขผลการดำเนินงานจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการขับเคลื่อน ESG ให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่ภาพลักษณ์"
"ความสำเร็จในเฟสแรกนี้เกิดจาก 'Our Power' หรือพลังความร่วมมือของพนักงานทุกคนที่ใช้โมเดล Smart Factory Innovation มาเป็นเครื่องมือหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะ สำหรับก้าวต่อไปในเฟสสอง (2026-2030) เราจะมุ่งยกระดับการบริหารจัดการของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 อย่างยั่งยืน" นางสาวมุกดา กล่าวเสริม
สถิติความสำเร็จบนเวทีความยั่งยืนระดับสากลและระดับประเทศ โอสถสภาสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ผ่านสถาบันชั้นนำ: Smart Factory Innovation: เทคโนโลยีขับเคลื่อนประสิทธิภาพสู่ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า
เบื้องหลังตัวเลขที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ คือการยกระดับสู่ Smart Factory ผ่านการนำ AI, Machine Learning และ IoT มาใช้บริหารจัดการทรัพยากรแบบ Real-time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างผลลัพธ์ที่เหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
"Our Power" พลังแห่งความโปร่งใสสู่ห่วงโซ่คุณค่า
โอสถสภายังคงเดินหน้าส่งต่อความยั่งยืนสู่สังคม โดยถ่ายทอดวัฒนธรรมองค์กร ACT (Achievement, Consumer-focus, Teamwork) ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้: โอสถสภา ยืนหยัดในฐานะต้นแบบองค์กรไทยที่ยึดถือมาตรฐานระดับ World Class และความโปร่งใสของข้อมูลเป็นบรรทัดฐาน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและคืนคุณค่ากลับสู่สังคมโลกอย่างแท้จริง