นายอนุวัต ชัยกิตติวนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสวีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ตัวเลขรายได้ที่เติบโตขึ้น 11% ในไตรมาสแรก ไม่ได้เกิดจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงความสำเร็จของยุทธศาสตร์ขยายฐานลูกค้าภายนอก และการยกระดับบริการสู่การเป็น "Total Logistics Solutions Provider" ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบวงจรมากขึ้น "ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ เอสวีแอล มีความแข็งแกร่งจากฐานธุรกิจเดิมในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก เครือสหวิริยา แต่วันนี้เราได้ต่อยอดศักยภาพนั้นออกไปสู่ลูกค้าภายนอกในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตครั้งนี้"
สำหรับกลุ่มลูกค้าที่สร้างการเติบโตในไตรมาสแรก ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบอุตสาหกรรม และภาคการผลิตต่างๆ ที่ต้องการโซลูชันโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดยเฉพาะการขนส่งทางบกด้วยรถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ ที่เน้นความรวดเร็ว ความต่อเนื่อง และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การวางแผนขนส่ง การบริหารเส้นทาง ไปจนถึงการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
"ลูกค้าในวันนี้ไม่ได้มองหาแค่ผู้ให้บริการขนส่ง แต่ต้องการพาร์ทเนอร์ที่ช่วยออกแบบระบบโลจิสติกส์ ลดความซับซ้อนของซัพพลายเชน และช่วยบริหารต้นทุนในภาพรวม ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ เอสวีแอล สามารถสร้างความแตกต่างได้" ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ เอสวีแอล ได้บูรณาการบริการด้านโลจิสติกส์ทางบกให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งการบริหารรถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ ระบบบริหารเส้นทาง การจัดการขนส่งสินค้า และโซลูชันสนับสนุนอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ รองรับความต้องการของลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายอนุวัต กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ เอสวีแอล ไม่ใช่เพียงการเติบโตระยะสั้นจากตัวเลขรายได้ แต่คือการสร้างโครงสร้างธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน ผ่านการกระจายฐานลูกค้า การพัฒนาบริการที่สร้างคุณค่า และการยกระดับบทบาทสู่การเป็นโลจิสติกส์ พาร์ทเนอร์ ของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว "ตัวเลขเติบโต 11% ในไตรมาสแรก เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต และสร้างให้กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ เอสวีแอล เป็นพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ที่ลูกค้าไว้วางใจในทุกมิติของซัพพลายเชน"