นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด กล่าวว่า "ทิศทางการลงทุนของโลกกำลังเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็น Hyperscale Data Center, AI, Cloud, Semiconductor หรือ Advanced Manufacturing ซึ่งล้วนต้องการพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานในระดับสูง ทั้งด้านพลังงาน ดิจิทัล ความมั่นคงของระบบสาธารณูปโภค และศักยภาพในการรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ในระยะยาว ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ AIS Business นับเป็นก้าวสำคัญเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลภายในโครงการ และยกระดับความพร้อมของพื้นที่ให้สามารถรองรับการลงทุนได้หลากหลายสเกล ตั้งแต่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ไปจนถึงอุตสาหกรรมขั้นสูงที่ต้องการพื้นที่ที่มีความพร้อมครบวงจร เพื่อรองรับการดำเนินงานที่ต้องการความมั่นคงระดับสูง"
นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า "วันนี้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไม่ใช่เพียง 'ระบบสนับสนุน' แต่เป็น 'หัวใจของการลงทุน' โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยุคใหม่ AIS Business จึงได้ออกแบบ Digital Infrastructure Ecosystem สำหรับ ARAYA โดยเฉพาะ ครอบคลุมตั้งแต่โครงข่ายสื่อสาร ไปจนถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้สามารถรองรับการดำเนินธุรกิจในทุกมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด"
โดยโครงสร้างพื้นฐานที่ AIS ออกแบบและพัฒนาในโครงการนี้ ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
- โครงข่ายไฟเบอร์ความเร็วสูง (Fiber Optic) แบบ Redundant Network รองรับการเชื่อมต่อที่ต่อเนื่องและ มีเสถียรภาพสูง
- เครือข่าย 5G สำหรับภาคอุตสาหกรรม (5G Industrial Network / Private Network) รองรับการเชื่อมต่อเครื่องจักร IoT และระบบอัตโนมัติ
- Cloud & Data Connectivity สำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในระดับองค์กร
- Cybersecurity & Intelligent Monitoring เพื่อความปลอดภัยของระบบและข้อมูล
- Enterprise Digital Platform สำหรับบริหารจัดการโรงงานอัจฉริยะ
รวมถึงการต่อยอดสู่ Smart Solutions ต่างๆ เช่น Smart Factory, Smart Energy Management, Smart Logistics, Smart Tracking, CCTV Analytics และระบบบริหารจัดการแบบ Real-time ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มความแม่นยำในการดำเนินงาน
"เราไม่ได้เพียงติดตั้งโครงข่าย แต่เป็นการออกแบบ Ecosystem ทั้งระบบ เพื่อให้ ARAYA สามารถรองรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความเสถียรสูงและการเชื่อมต่อระดับโลก พร้อมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับนักลงทุนในระยะยาว" นายภูผา กล่าว
โครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ได้รับการพัฒนาให้เป็น Industrial-Tech Ecosystem มีการวางระบบสาธารณูปโภคครบวงจรตั้งแต่ต้น ทั้งด้านพลังงาน ระบบน้ำ การจัดการน้ำเสียและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งเมื่อผสานเข้ากับเทคโนโลยีจาก AIS จะช่วยยกระดับโครงการสู่เมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะที่สามารถบริหารจัดการได้แบบ Real-time และขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven Operations) อย่างเต็มรูปแบบ
ความร่วมมือครั้งนี้ยังสอดคล้องกับแนวทาง Smart Industrial Estate (SMART I.E.) ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ครอบคลุม 7 มิติ ได้แก่ Smart Infrastructure, Smart Energy, Smart Environment, Smart Mobility & Logistics, Smart Digital, Smart Community และ Smart Governance โดย AIS Business มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนมิติ Smart Digital และการเชื่อมโยง Ecosystem ดิจิทัลทั้งหมดเข้าด้วยกัน