สำหรับข้อสังเกตเรื่องระบบสัญญาณไฟไม่สอดคล้องกับปริมาณและสภาพการจราจร นั้น ปัจจุบันระบบสัญญาณไฟจราจรกว่าร้อยละ 80 ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. เป็นระบบสัญญาณไฟแบบกำหนดเวลาไฟเขียว-ไฟแดงแบบคงที่ (Fixed Time) ซึ่งไม่สามารถปรับเปลี่ยนตามปริมาณจราจรที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างยืดหยุ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่นและมีปัญหารถกีดขวางทางแยกอยู่บ่อยครั้ง และต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุมสัญญาณไฟด้วยตนเองในบางช่วงเวลา ดังนั้น ในช่วงตั้งแต่ปี 2567 - 2568 กทม. จึงได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนระบบสัญญาณไฟจราจรจากแบบ Fixed Time ให้เป็นระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ (Adaptive Control) จำนวน 74 บริเวณทางแยกสำคัญที่มีปัญหาการจราจรติดขัด โดยระบบดังกล่าวใช้เซนเซอร์ตรวจจับปริมาณและสภาพการจราจร พร้อมประมวลผลและปรับจังหวะสัญญาณไฟเขียว-แดงตามปริมาณและสภาพการจราจรที่เปลี่ยนแปลงแบบ Real Time รวมถึงมีระบบเซนเซอร์ตรวจจับการป้องกันรถติดกีดขวางทางแยก หลังจากเปิดใช้งานระบบดังกล่าวพบว่าสามารถลดความล่าช้าในการเดินทางบริเวณทางแยกได้ประมาณร้อยละ 10 - 40 และในปี 2569 กทม. มีแผนดำเนินการปรับเปลี่ยนระบบสัญญาณไฟจราจรทางแยกแบบ Fixed Time ให้เป็นแบบ Adaptive Control เพิ่มเติมอีกจำนวน 50 ทางแยก
นอกจากนี้ กทม. ได้ดำเนินการแก้ไขจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนถนนทางวิศวกรรมต่าง ๆ โดยติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องหมายจราจรเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็น ควบคุมความเร็ว และลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ซึ่งตั้งแต่ปี 2566 - 2568 ได้ดำเนินการแก้ไขจุดเสี่ยงทางกายภาพบนถนนสายต่าง ๆ แล้วจำนวน 290 จุด และในปี 2569 อยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มเติมอีก 50 จุด เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางอย่างต่อเนื่อง