นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดการณ์ผลการดำเนินงานในปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่นดีกว่าปี 2568 โดยจะเริ่มเห็นการเร่งตัวของรายได้และกระแสเงินสดอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากการเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการ ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ลักชัวรีเวลเนสเรสซิเดนเซส Freehold หนึ่งเดียวบนทำเลหายากใจกลางสาทร-สีลม ปัจจุบันมียอดขายรวมแล้วกว่า 90% ซึ่งจะเริ่มส่งมอบห้องเพื่อรับรู้รายได้และสร้างกระแสเงินสด เข้ามาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 บริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 5,320 ล้านบาท จากโครงการหลักหลายโครงการที่ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ VEHHA Hua Hin มูลค่าโครงการรวม 2,371 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 70% และโอนกรรมสิทธิ์แล้ว 58% โครงการ Nue District R9 มูลค่าโครงการรวม 6,668 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 96% โอนกรรมสิทธิ์แล้ว 88% ขณะที่โครงการ VI Ari มูลค่าโครงการรวม 466 ล้านบาท ปัจจุบันประสบความสำเร็จใกล้ปิดโครงการ สะท้อนถึงศักยภาพของโครงการลักชัวรีในทำเลคุณภาพที่ยังคงได้รับความนิยม แม้ภาวะตลาดจะยังมีความผันผวน
นอกจากนี้ โครงการThe Residences at InterContinental Phuket Resort สามารถสร้างยอดขายสะสมได้แล้วกว่า 33% ภายในระยะเวลาไม่นานหลังเปิดตัว ล่าสุดโครงการฯ ยังได้สร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับสากลด้วยการคว้ารางวัลใหญ่ ได้แก่ Best Branded Residence Thailand, Best Branded Residence Asia Pacific และระดับ 5-Star Best รางวัลสูงสุดของแต่ละสาขาในภูมิภาค Asia Pacific จากเวที "The Asia Pacific Property Awards & The Asia Pacific Hotel Awards 2026" อีกทั้ง ยังได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 3 โครงการตัวแทนจากเอเชียแปซิฟิก และเป็น Branded Residence จากประเทศไทยเพียงหนึ่งเดียว ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลรอบสุดท้ายบนเวทีระดับโลก International Property Awards ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในช่วงปลายปีนี้
บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตฟอลิโอสู่ตลาด Luxury Landed Residence ผ่านโครงการ VARUNN Chaengwattana-Ratchapruek มูลค่าโครงการรวม 4,147 ล้านบาท ซึ่งเปิดพรีเซล เมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การเปิดขายและพัฒนาแบบเป็นเฟส (Phase) เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาความยืดหยุ่นสูงสุดในการลงทุน
"ท่ามกลางสถานการณ์ภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ประกอบการหลายรายยังคงเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง PROUD สะท้อนความแตกต่างและศักยภาพที่เหนือกว่าภาพรวมของตลาดอย่างชัดเจน จากโครงการในพอร์ตโฟลิโอ (Pipeline) ที่มีคุณภาพ ไม่มีโครงการที่ก่อสร้างชะลอตัว ส่งผลให้การโอนกรรมสิทธิ์ในทุกโครงการหลัก เป็นไปตามแผนที่วางไว้ พร้อมเริ่มทยอยรับรู้รายได้ สร้างกระแสเงินสด เสริมสภาพคล่องทางการเงินที่มั่นคง
อย่างไรก็ตาม บริษัทวางระบบบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากค่าขนส่งและความผันผวนของค่าเงิน ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาวินัยทางการเงินและโครงสร้างทุนได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าสร้าง Living Ecosystem ยกระดับคุณค่าที่ส่งมอบให้แก่ลูกค้า ผ่าน "PROMPT" แพลตฟอร์มด้านการอยู่อาศัยและการบริหารโครงการ เพื่อสนับสนุนและยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ พร้อมทั้งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินทรัพย์ในระยะยาว" นายพสุ กล่าว
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้รวม 1,265 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท