สถานการณ์ความผันผวนทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการก่อสร้างในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่น ในกรณี "ผู้รับเหมาทิ้งงาน ทุจริต หรือผิดสัญญา" เกิดขึ้นในทุกรูปแบบ ทั้งในกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้าน ผู้รับเหมาทั่วไป รวมถึงกรณีของบ้านน็อกดาวน์ที่ผู้บริโภคจ่ายเงินแล้วแต่กลับ "ไม่ได้บ้าน"
ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นจากสถิติข้อร้องเรียนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และการประเมินความเสี่ยงย้อนหลัง โดยปี 2566 มีเรื่องร้องเรียนด้านอสังหาริมทรัพย์จากทั่วประเทศ กว่า 3,100 เรื่อง
นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า สมาคมฯ มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมขั้นสูงสุด ด้วยการเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ไกล่เกลี่ย" มาเป็น "ผู้ค้ำประกันความเชื่อมั่นในระดับสูงสุด" ผ่านการจัดตั้ง "กองทุนประกันผู้บริโภค" โดยสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA Consumer Insurance Fund) ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์ของบริษัทสมาชิกที่พร้อมให้บริการทั่วประเทศ รวมทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและคุณภาพของบริษัทสมาชิก
การจัดตั้ง "กองทุนประกันผู้บริโภค" โดยสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน มีบทบาทสำคัญอย่างมากสำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านในการช่วยคุ้มครองผู้บริโภค โดยทำหน้าที่ "ป้องกันสิทธิขั้นสูงสุด" และสร้างความปลอดภัยทางการเงินให้แก่ผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่ตัดสินใจสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ
เจาะลึก 3 หน้าที่หลัก 'กองทุนประกันผู้บริโภค'
นายอนันต์กร กล่าวว่า กองทุนประกันผู้บริโภค เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในการสร้างบ้าน ด้วยมาตรการดูแลและคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ของสมาคมฯ เพื่อให้สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วเทศ ตามวิสัยทัศน์ตามวาระนี้
- การทำงานของ "กองทุนประกันผู้บริโภค" มีสาระสำคัญที่ช่วยผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างบ้าน
- วงเงินคุ้มครองสูง โดยวางกรอบความคุ้มครองความเสียหายสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท ต่อ 1 นิติบุคคลที่เป็นสมาชิก (หรือจ่ายตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง)
- ครอบคลุมทุกกรณี การดูแลเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากข้อพิพาทรุนแรง เช่น กรณีที่บริษัทสมาชิกเกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินจนไม่สามารถก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จตามกำหนด การทุจริต หรือ การทิ้งงานก่อสร้างกลางคัน
- ความน่าเชื่อถือที่ผู้บริโภควางใจได้ โดยกองทุนประกันผู้บริโภคจะทำให้ผู้บริโภคสามารถคัดกรองและแยกแยะผู้ให้บริการรับสร้างบ้านในตลาดได้อย่างชัดเจน ระหว่างบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมฯที่มีหลักประกันรองรับ
- การเยียวยารวดเร็ว ภายใน 30 วัน ในกรณีข้อพิพาทระหว่างสมาชิกกับผู้บริโภค
- เงื่อนไขการอนุมัติเงิน สมาคมฯ อนุมัติจ่ายเงินทันทีเมื่อเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการร่วมประเมินข้อพิพาทที่มีมติชี้ชัดอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าบริษัทสมาชิกกระทำความผิดจริง หรือเมื่อคดีถึงที่สุดในชั้นศาล
- จ่ายเยียวยารวดเร็ว ภายใน 30 วัน นับจากวันที่คณะกรรมการมีมติชี้ชัด หรือ ได้รับเอกสารคำพิพากษาอันเป็นที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคนำเงินไปดำเนินงานก่อสร้างต่อได้ทันที
- สร้างความมั่นใจ ผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจสร้างบ้าน ในปี 2569
- กรอบเวลาคุ้มครองนำร่อง โครงการนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้คุ้มครองผู้บริโภคที่ลงนามในสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างกับบริษัทสมาชิก ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2571 เป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม เพื่อสร้างระบบนำร่องที่มั่นคงทั้งต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและธุรกิจรับสร้างบ้านในระยะยาว
- ระบบคัดกรองสมาชิกที่เข้มงวดและรอบด้าน สมาคมฯ ปรับปรุงเกณฑ์คัดกรองสมาชิกอย่างเข้มงวดที่สุด โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบความแข็งแกร่งทางด้านการบริหารจัดการ คุณภาพของงานก่อสร้างหน้างาน ตลอดจนแผนการขายและการตลาดที่โปร่งใสและเป็นไปได้จริงก่อนรับเข้าเป็นสมาชิก เพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างรัดกุม
- การควบคุมคุณภาพสมาชิกปัจจุบัน สมาคมฯ มีกลไกคอยประเมินและช่วยเหลือสนับสนุนสมาชิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมคุณภาพการส่งมอบงาน และคัดกรองเฉพาะผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและความพร้อมในการส่งมอบงานที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค
ตอกย้ำความน่าเชื่อถือ - สร้างการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ
นายอนันต์กร กล่าวว่า "กองทุนประกันผู้บริโภค" ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อธุรกิจรับสร้างบ้าน ทั้งในด้านลดความเสี่ยงจากการสูญเสียเงินลงทุนสร้างบ้าน และเพิ่มความมั่นใจในการเลือกใช้บริการกับบริษัทสมาชิกฯ ซึ่งปัจจุบันมี 84 บริษัทที่พร้อมให้บริการทั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 45 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 53.5% และต่างจังหวัด 39 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 46.5%และคาดว่าจำนวนสมาชิกจะเติบโตถึง 100 บริษัทภายในสิ้นปีนี้
"ผู้บริโภคที่เลือกสร้างบ้านกับสมาชิกของสมาคมฯ สามารถมั่นใจขั้นสูงสุดว่าจะได้รับบริการจากผู้ประกอบการนิติบุคคลที่มีตัวตนจริง มีความมั่นคงสูง มีสมาชิกรองรับทั่วประเทศ และอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกองทุนประกันผู้บริโภค" นายอนันต์กร กล่าว
หากต้องการตรวจสอบรายชื่อบริษัทสมาชิกที่ได้มาตรฐานสคบ. หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบได้โดยตรงที่เว็บไซต์ https://hba-th.org