สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า นักลงทุนจะให้ความสนใจกับดัชนีราคาค่าใช้จ่ายบริโภคส่วนบุคคลเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายของเฟดภายใต้การนำของ Warsh ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารนโยบายและลดการให้สัญญาณชี้นำล่วงหน้า (Forward Guidance) ภาวะดังกล่าวอาจส่งผลให้ตลาดพันธบัตรผันผวนสูงขึ้นและนักลงทุนจะให้น้ำหนักน้อยลงต่อค่ากลางของประมาณการดอกเบี้ย (Dot Plot) ซึ่งจัดทำโดยเจ้าหน้าที่เฟด นอกจากนี้ ในกรณีที่ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านสามารถบรรลุผลและคงอยู่ได้แม้จะมีความไม่แน่นอนระหว่างทาง เงินเฟ้อขาลงจากฝั่งพลังงานจะชัดเจนมากขึ้นภายในช่วงปลายปีนี้และต่อเนื่องถึงปี 2570 โดยอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯมีแนวโน้มเข้าใกล้จุดสูงสุดแล้ว ทำให้เรามองว่าสถานการณ์ที่เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยยังคงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย แม้ว่าล่าสุดเฟดจะปรับท่าทีเชิงเข้มงวดมากขึ้นก็ตาม
สำหรับปัจจัยในประเทศ กรุงศรีคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ในการประชุมวันที่ 24 มิถุนายน เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่มาจากฝั่งอุปทาน ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจยังคงมีความเสี่ยงด้านต่ำ จึงมีเหตุผลจำกัดในการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เว้นแต่เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและทะลุกรอบเป้าหมายต่อเนื่องในระยะข้างห