ในคำกล่าวเปิดการประชุม ดร. อัลอิสซา ได้เน้นย้ำถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์ของผู้นำศาสนาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพของโลกและความสมานฉันท์ในสังคม พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญที่ได้รับมอบหมายให้แก่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเผชิญหน้ากับความเสี่ยงจากการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขาดกลไกการกลั่นกรองทางปัญญาหรือการคุ้มครองทางจริยธรรม นอกจากนี้ ท่านยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของการทูตทางศาสนา ในการช่วยคลี่คลายวิกฤตการณ์ต่าง ๆ โดยยืนยันว่า สิ่งที่โลกกำลังต้องการในเวลานี้ ไม่ใช่อาวุธที่เพิ่มขึ้น หากแต่คือสติปัญญาที่จะช่วยป้องกันและยับยั้งไม่ให้มีการใช้อาวุธเหล่านั้น
ดร. มูฮัมหมัด บิน อับดุลการีม อัลอีซา ยังได้ร่วมหารือกับกลุ่มผู้นำเยาวชนและนักศึกษามหาวิทยาลัยจากประเทศกลุ่มอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนกลไกการนำผลลัพธ์ของการประชุมไปปฏิบัติจริง มุ่งสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมศักยภาพคนรุ่นใหม่ และเสริมสร้างขีดความสามารถของเยาวชนในการปิดช่องว่างทางจริยธรรมในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์
ในระหว่างการพบปะดังกล่าว ท่านได้เน้นย้ำว่า การขาดความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายทางจริยธรรมของปัญญาประดิษฐ์ เนื่องจากระบบบางประเภทมีความซับซ้อนจนยากจะเข้าใจถึงกระบวนการตัดสินใจ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อคติที่แฝงอยู่ในชุดข้อมูลอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรม และการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มคนในสังคมได้
นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการประกาศจัดตั้งรางวัลการทูตระดับนานาชาติ (International Diplomacy Award) ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสันนิบาตมุสลิมโลกและประเทศมาเลเซีย โดยรางวัลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมคุณค่าของการเป็นทางสายกลาง (Moderation) การยอมรับความต่าง (Tolerance) และการเสวนาอย่างสร้างสรรค์ (Constructive Dialogue) ตลอดจนสนับสนุนวิสัยทัศน์ "มาเลเซียมาดานี" (Malaysia Madani) โดยรางวัลดังกล่าวจะมอบให้แก่บุคคลและองค์กรที่มีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพ ตลอดจนความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมวลมนุษยชาติ