การประชุมสุดยอดผู้นำศาสนานานาชาติ ครั้งที่ 3 มุ่งขับเคลื่อนและเสริมสร้างพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่

การประชุมสุดยอดผู้นำศาสนาระดับนานาชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2026 (The Third International Summit of Religious Leaders 2026) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้เสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่น โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ชีค ดร. มูฮัมหมัด บิน อับดุลการีม อัลอีซา เลขาธิการสันนิบาตมุสลิมโลก และประธานองค์กรนักวิชาการมุสลิม เข้าร่วมงาน โดยจัดขึ้นภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์และเฉพาะพระพักตร์ สุลต่านนัซริน มูอิซซัดดิน ชาห์ ร่วมกับ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยมีผู้นำทางศาสนา ผู้นำเยาวชน และนักวิชาการจากทั่วโลกเข้าร่วมงานเกือบ 2,000 คน

Tuesday 23 June 2026 14:06
การประชุมสุดยอดผู้นำศาสนานานาชาติ ครั้งที่ 3 มุ่งขับเคลื่อนและเสริมสร้างพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่

ในคำกล่าวเปิดการประชุม ดร. อัลอิสซา ได้เน้นย้ำถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์ของผู้นำศาสนาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพของโลกและความสมานฉันท์ในสังคม พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญที่ได้รับมอบหมายให้แก่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเผชิญหน้ากับความเสี่ยงจากการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขาดกลไกการกลั่นกรองทางปัญญาหรือการคุ้มครองทางจริยธรรม นอกจากนี้ ท่านยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของการทูตทางศาสนา ในการช่วยคลี่คลายวิกฤตการณ์ต่าง ๆ โดยยืนยันว่า สิ่งที่โลกกำลังต้องการในเวลานี้ ไม่ใช่อาวุธที่เพิ่มขึ้น หากแต่คือสติปัญญาที่จะช่วยป้องกันและยับยั้งไม่ให้มีการใช้อาวุธเหล่านั้น

ดร. มูฮัมหมัด บิน อับดุลการีม อัลอีซา ยังได้ร่วมหารือกับกลุ่มผู้นำเยาวชนและนักศึกษามหาวิทยาลัยจากประเทศกลุ่มอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนกลไกการนำผลลัพธ์ของการประชุมไปปฏิบัติจริง มุ่งสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมศักยภาพคนรุ่นใหม่ และเสริมสร้างขีดความสามารถของเยาวชนในการปิดช่องว่างทางจริยธรรมในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์

ในระหว่างการพบปะดังกล่าว ท่านได้เน้นย้ำว่า การขาดความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายทางจริยธรรมของปัญญาประดิษฐ์ เนื่องจากระบบบางประเภทมีความซับซ้อนจนยากจะเข้าใจถึงกระบวนการตัดสินใจ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อคติที่แฝงอยู่ในชุดข้อมูลอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรม และการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มคนในสังคมได้

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการประกาศจัดตั้งรางวัลการทูตระดับนานาชาติ (International Diplomacy Award) ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสันนิบาตมุสลิมโลกและประเทศมาเลเซีย โดยรางวัลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมคุณค่าของการเป็นทางสายกลาง (Moderation) การยอมรับความต่าง (Tolerance) และการเสวนาอย่างสร้างสรรค์ (Constructive Dialogue) ตลอดจนสนับสนุนวิสัยทัศน์ "มาเลเซียมาดานี" (Malaysia Madani) โดยรางวัลดังกล่าวจะมอบให้แก่บุคคลและองค์กรที่มีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพ ตลอดจนความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมวลมนุษยชาติ