แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยมุ่งมั่นขับเคลื่อนการแก้ปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยในปีงบประมาณ 2569 ใช้กลไก "แพลตฟอร์มไอโอดีน ระยะที่ 2" เป็นหัวใจหลัก ประกอบด้วย 1) การเฝ้าระวังโรคขาดสารไอโอดีน โดยการตรวจไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ 2) การตรวจสอบคุณภาพเกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือน และร้านอาหาร และ 3) การส่งเสริมให้ทุกชุมชนหมู่บ้าน ผ่านเกณฑ์ชุมชน หมู่บ้านไอโอดีน สำหรับการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมในการลดปัญหาการขาดสารไอโอดีน ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เด็กอายุ 3 - 5 ปี และผู้สูงอายุ โดยพบโรคขาดสารไอโอดีน ลดลง ยกเว้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบการขาดสารไอดีนในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กไทย และยังพบว่า ความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนยังต่ำกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก และชุมชน หมู่บ้านไอโอดีน ร้อยละ 62.8 ในปี 2569 ไตรมาส 3 ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ร้อยละ 72 จึงจำเป็นต้องดำเนินการ มาตรการเฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างเนื่อง
"แม้ภาพรวมของประเทศจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังพบพื้นที่ที่ประชาชนได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอ และมีความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอนามัยจึงจัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการใช้งานแพลตฟอร์มไอโอดีน ระยะที่ 2" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การขาดสารไอโอดีนยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมองและสติปัญญาของเด็กตั้งแต่ช่วงอยู่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 3 ปี รวมถึงส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก คุณภาพชีวิตของวัยทำงานและผู้สูงอายุ ตลอดจนก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กรมอนามัยจึงเดินหน้าขับเคลื่อนการขจัดโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างความรอบรู้ให้ประชาชนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ให้สามารถใช้งาน "แพลตฟอร์มไอโอดีน ระยะที่ 2" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดสารไอโอดีนอย่างยั่งยืน
"ร่างกายมนุษย์ต้องการไอโอดีนเพียงเล็กน้อย แต่ขาดไม่ได้ ต้องได้รับไอโอดีนทุกวัน วิธีให้แน่ใจว่าจะได้รับ ไอโอดีนเพียงพอ คือ ปรุงอาหารด้วยเกลือเสริมไอโอดีน ไม่เกิน 1 ช้อนชา ต่อวัน หรือเครื่องปรุงรสเสริมไอโอดีน ไม่เกินวันละ 3 ช้อนชา หรือกินอาหารทะเลสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง หากกินอาหารนอกบ้านให้เลือกร้านที่ใช้เกลือเสริมไอโอดีน หรือเครื่องปรุงรสเสริมไอโอดีน" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว