ชุมชนอินโดนีเซียเปลี่ยนมันสำปะหลังสียักให้เป็นอาหารสุขภาพ

ความตระหนักรู้ในด้านอาหารเพื่อสุขภาพกลายเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ การเลือกรับประทานอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติและราคาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังต้องประกอบด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคนี้กำลังผลักดันตลาดผลิตภัณฑ์อาหารที่ปราศจากกลูเตนในเอเชียแปซิฟิกให้เติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าภายในปี 2573 ตลาดผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากกลูเตนจะมีมูลค่าถึง 1.07 แสนล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ระหว่าง 6.7% ถึง 12.1% ในช่วงปี 2568-2573 อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ส่วนใหญ่ยังคงราคาสูงและผลิตโดยอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

Friday 26 June 2026 15:29
ชุมชนอินโดนีเซียเปลี่ยนมันสำปะหลังสียักให้เป็นอาหารสุขภาพ

สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมมันสำปะหลังมีกำลังการผลิตมากกว่า 30 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าการส่งออกถึง 110,000 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกมันสำปะหลังรายใหญ่ที่สุดของโลก แม้มันส่วนใหญ่จะถูกแปรรูปเป็นแป้งและมันเส้น แต่แป้งมันสำปะหลังดัดแปรด้วยการหมัก (MOCAF) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในฐานะทางเลือกแทนแป้งสาลีนำเข้า การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากห่วงโซ่อุปทานมันสำปะหลังที่แข็งแกร่ง การสนับสนุนของภาครัฐภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG และความต้องการผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และเส้นก๋วยเตี๋ยวปลอดกลูเตนที่เพิ่มสูงขึ้น วิสาหกิจชุมชนกำลังนำผลิตแป้งมันสำปะหลังภายใต้กระบวนการหมัก ให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่จำหน่ายในประเทศและส่งออก

ประเทศไทยกำลังขยายการผลิต MOCAF พร้อมลดการพึ่งพาการนำเข้าแป้งสาลี สหกรณ์หลายแห่งในนครราชสีมาและขอนแก่นได้ทดลองผลิตขนมปังและเส้นก๋วยเตี๋ยวจาก MOCAF รวมถึงนำแป้งมันสำปะหลังเข้าสู่โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนและร้านเบเกอรี่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเริ่มนำ MOCAF มาผลิตบิสกิตและขนมขบเคี้ยว ขณะที่โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเกษตรกำลังทดลองผลิตแป้งสำหรับเส้นก๋วยเตี๋ยวและผลิตภัณฑ์สำหรับเบเกอรี่

ท่ามกลางกระแสนี้ ผู้ประกอบการบางส่วนในเอเชียเริ่มหันมาใช้สินค้าเกษตรท้องถิ่นเป็นทางเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ เช่นเดียวกับในอินโดนีเซีย แนวทางนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ผู้บริโภค แต่ยังเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับชุมชนชนบท ที่สียัก เรียว วิสัยทัศน์นี้ถูกทำให้เป็นจริงผ่านผลิตภัณฑ์ชุมชนแบรนด์ 'Telarasa'

จากความกังวลเรื่องอาหารและความต้องการของลูก สู่การกำเนิด Telarasa

วิโบโว นูโกรโฮ (Wibowo Nugroho) เจ้าของแบรนด์ Telarasa เริ่มต้นผลิต MOCAF จากความจำเป็นของครอบครัว เนื่องจากลูกของเขามีความไวต่อกลูเตนและน้ำตาลสูง จึงทานอาหารในท้องตลาดได้อย่างจำกัด อาการป่วยนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับลูกชายของเจขา แต่ยังเกิดกับคนรอบๆตัว ในชุมชนที่อเขาอาศัยมีเด็กหลายคนที่มีความต้องการพิเศษ รวมถึงโรคสมาธิสั้น (ADHD) และภาวะอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด

ในชุมชนของวิโบโว มีการปลูกมันสำประหลังอยู่แทบทุกครัวเรือน แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้มีแหล่งจำหน่ายและแปรรูปที่รองรับผลผลิตของชุมชน วิโบโวจึงเริ่มต้นแปรรูปมันสำปะหลังให้มีมูลค่าสูงขึ้นภายใต้แบรนด์ 'Telarasa' จากจุดเล็กๆ ในห้องครัว มันสำปะหลังได้ถูกแปรรูปเป็นนักเก็ตและต่อมาเป็นแป้ง MOCAFเพื่อทดแทนแป้งสาลี แป้งนี้กลายเป็นรากฐานของผลิตภัณฑ์ Telarasa หลายชนิด ได้แก่ lekit lomek หรือขนมปลาแผ่นกรอบโปรตีนสูงเกรดคนรักสุขภาพ ที่ผลิตจากปลา lomek กลายเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ปัจจุบัน Telarasa รับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรในบริเวณใกล้เคียงราว 240 กิโลกรัมต่อเดือน โดยปรับปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับการดูดซับของตลาด

การบ่มเพาะจาก Skelas การพัฒนาธุรกิจ และการเสริมสร้างห่วงโซ่การผลิต

การเดินทางของ Telarasa ก้าวสู่ช่วงใหม่เมื่อเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะของ Skelas ผ่านโครงการบ่มเพาะธุรกิจยั่งยืนสียัก (KUBISA) และโครงการประกวดและบ่มเพาะนวัตกรรมสำหรับคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการท้องถิ่น (Siak Innovation Challenge) โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ตั้งแต่แนวคิดผลิตภัณฑ์จนถึงการเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจโดยรวม

ในช่วงการบ่มเพาะอย่างเข้มข้นหกเดือน Telarasa ได้รับคำแนะนำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การปรับปรุงกระบวนการผลิต มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร การออกแบบบรรจุภัณฑ์ กลยุทธ์การตลาด รวมถึงความรู้ทางการเงิน นอกจากนี้ Skelas ยังสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ การเข้าถึงการฝึกอบรมเพิ่มเติม โอกาสในการระดมทุน และความร่วมมือกับพันธมิตร

เซอร์ลี (Cerli) ตัวแทนจากสเกลาส (Skelas) กล่าวว่า ในการบ่มเพาะธุรกิจ เราพบว่ามีธุรกิจท้องถิ่นจำนวนมากที่มีศักยภาพสูง แต่พวกเขามักประสบปัญหาในกระบวนการทำงาน นั่นคือจุดที่เราเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อช่วยปรับปรุงและขัดเกลาประสิทธิภาพในเชิงธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

Telarasa ยังเริ่มนำหลักการ zero waste มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดขยะให้มากที่สุด กากแป้งที่เหลือใช้เป็นอาหารไก่ เปลือกและไส้มันสำปะหลังถูกนำไปทำปุ๋ยหมัก ใบถูกนำไปบริโภคและเป็นอาหารสัตว์ ลำต้นนำไปปลูกใหม่ นอกจากนี้ Telarasa ยังขยายเครือข่ายการผลิตอาหารสุขภาพไปในชุมชนทั่วสียักผ่านการบ่มเพาะอีกด้วย

ประโยชน์สู่ชุมชนจากรูปแบบธุรกิจที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสังคม

ปัจจุบัน Telarasa แปรรูปมันสำปะหลังราว 200 ถึง 250 กิโลกรัมต่อเดือนเป็นแป้ง mocaf ในด้านรายได้ ธุรกิจเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่รายได้ต่ำกว่า 1 ล้านรูเปียห์ต่อเดือน ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.5 ถึง 2 ล้านรูเปียห์ต่อเดือน จากการขายตรง ขายผ่านโซเชียลมีเดีย และเครือข่ายผู้บริโภคที่เติบโตขึ้น

เซอร์ลี (Cerli) ตัวแทนจากสเกลาส (Skelas) กล่าวว่า "Telarasa แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติเศรษฐกิจเชิงฟื้นฟูที่แท้จริง ธุรกิจแบบนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจสามารถดำเนินไปพร้อมกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและการเสริมความแข็งแกร่งให้ชุมชนท้องถิ่นได้"

ผลกระทบในเชิงบวกที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่แบรนด์ Telarasa แต่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังและชาวประมงต่างก็มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ของเสียจากการผลิตถูกนำไปใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยหมักและอาหารสัตว์ Telarasa จึงเป็นธุรกิจที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม

วิโบโวมองว่า Telarasa เป็นการเดินทางไปสู่เป้าหมาย เราอยากให้ธุรกิจนี้จะเติบโต รับซื้อมันสำปะหลังและอาหารทะเลท้องถิ่นได้มากขึ้น สนับสนุนชุมชนมากขึ้น สร้างงานสร้างรายได้ ควบคู่กับความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพประชาชน ภายใต้แนวทางความยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Telarasa เป็นตัวอย่างของการทำงานของเศรษฐกิจเชิงฟื้นฟูในระดับท้องถิ่น เชื่อมโยงวิถีชีวิตสุขภาพ อาหารปลอดกลูเตน สินค้าท้องถิ่น และชุมชนชนบทให้เป็นห่วงโซ่คุณค่าที่เสริมแรงกันและกัน นี่ไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างอาหาร มนุษย์ และสิ่งแวดล้อม

ชุมชนอินโดนีเซียเปลี่ยนมันสำปะหลังสียักให้เป็นอาหารสุขภาพ