ไทยพีบีเอสและคณะเยาวชนผู้ร่วมโครงการฯ ได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบก.อก.บช.ก.) กล่าวต้อนรับ พร้อมส่งกำลังใจให้น้อง ๆ เยาวชนเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่ เน้นย้ำถึงความสำคัญ "การรู้เท่าทันภัยออนไลน์" ว่าเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยปกป้องทั้งตัวเอง คนรอบข้าง และสังคมในโลกดิจิทัล
จากนั้น นางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส ได้กล่าวขอบคุณกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ที่ให้การสนับสนุนและเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้ามาเรียนรู้จากการทำงานจริง พร้อมมองว่าการศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นโอกาสพิเศษที่หาได้ยาก เพราะไม่เพียงได้เห็นเบื้องหลังการรับมือภัยออนไลน์ของหน่วยงานระดับประเทศ แต่ยังได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานตัวจริง เพื่อนำองค์ความรู้ไปต่อยอด สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองและสังคมในอนาคต
ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ยังได้รับชมวิดีทัศน์แนะนำบทบาทภารกิจของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก่อนเข้าสู่การบรรยายพิเศษหัวข้อ "แนวโน้มภัยไซเบอร์ที่กระทบเยาวชน ช่องทางแจ้งความออนไลน์ และสิทธิของเหยื่อ" โดย ร.ต.อ.นนทพัทธ์ อินทรศวร และ ร.ต.อ.หญิง กานต์สินี สิทธิโชติพงศ์ จากทีมสื่อสารองค์กร CIB ที่มาถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นำเสนอข้อมูล สถิติและแนวโน้มของคดีออนไลน์ เผยกลลวงและการทำงานของมิจฉาชีพที่มีความซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เยาวชนยังได้รับความรู้เกี่ยวกับสิทธิของผู้เสียหายเมื่อถูกหลอกลวงทางออนไลน์ รวมถึงขั้นตอนและช่องทางการแจ้งความออนไลน์ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริงหากเผชิญเหตุ พร้อมตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อ ก่อนคลิก และก่อนแชร์ ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานในการป้องกันตนเองจากภัยสแกมเมอร์ในยุคดิจิทัล
ภายหลังการบรรยาย เยาวชนได้เข้าศึกษาดูงานในฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ อาทิ ห้องปฏิบัติการศูนย์กลางสั่งการและวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมแบบเรียลไทม์ (RTCC) เรียนรู้กระบวนการรับแจ้งเหตุและประสานงานช่วยเหลือผู้เสียหาย, ศูนย์พิสูจน์หลักฐานดิจิทัล (Digital Forensics) ที่เปิดโอกาสให้เห็นกระบวนการตรวจสอบพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ และ พิพิธภัณฑ์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB Museum & Learning Center) ที่เล่าประวัติความเป็นมาของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและพัฒนาการด้านการสืบสวนสอบสวนในไทย
ตลอดการศึกษาดูงานเยาวชนได้พูดคุย ซักถาม แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจริง ทำให้เห็นภาพการทำงานด้านการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นทางจนถึงกระบวนการดำเนินคดี ตลอดจนเข้าใจบทบาทของการใช้ข้อมูล หลักฐาน และการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการคลี่คลายคดีออนไลน์
ในช่วงบ่าย น้อง ๆ เยาวชนได้ฟังเรื่องจริงจากผู้เคยตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ ที่มาบอกเล่าผลกระทบที่เกิดขึ้นอันเป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อย้ำชัดว่าทุกคนมีโอกาสถูกหลอกได้ หากขาดภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล จากนั้นอัปเดต "กลโกงใหม่ที่กำลังล่าเยาวชน" รู้เท่าทันเทคนิคที่มิจฉาชีพใช้หลอกเหยื่อ เพื่อให้เข้าใจรูปแบบการหลอกลวงที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน โดย พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (CIB) ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง วิเคราะห์กลลวงของมิจฉาชีพจากกรณีศึกษา และให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางสังเกตสัญญาณความผิดปกติ วิธีป้องกันและรับมือเมื่อเผชิญเหตุ กิจกรรมดังกล่าวจะช่วยให้เยาวชนเข้าใจว่า การรู้เท่าทันสื่อ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การตั้งคำถาม และการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงทักษะสำหรับการทำข่าวเท่านั้น แต่เป็นทักษะชีวิตที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลอย่างปลอดภัย
ภายหลังการฟังเรื่องราวจากผู้เสียหาย เยาวชนยังได้ร่วม Workshop สัมภาษณ์เชิงลึก (Interview Workshop) โดยแบ่งกลุ่มฝึกสัมภาษณ์ผู้เสียหายจากสถานการณ์จริง ฝึกตั้งคำถามอย่างเป็นระบบ เรียนรู้การเก็บข้อมูลจากแหล่งข่าว การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการเรียบเรียงข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนนำข้อมูลที่ได้รับไปต่อยอดเป็นเนื้อหาสำหรับการผลิตผลงานคลิปตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking Video) ในช่วงท้ายของค่าย ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 48,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของ Thai PBS Verify Youth Camp 2026 จัดโดยไทยพีบีเอส ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) หวังส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ พัฒนาทักษะเยาวชนสู่การเป็น "นักตรวจสอบข้อเท็จจริง" และปลูกฝังให้เยาวชนเติบโตเป็นนักสื่อสารที่มีจริยธรรม มีวิจารณญาณ มีความรับผิดชอบต่อการรับและส่งต่อข้อมูล เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ตื่นรู้ ลดผลกระทบจากข้อมูลเท็จและภัยสแกมเมอร์ในระยะยาว
ติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการฯ และรอชมผลงานคลิปตรวจสอบข้อเท็จจริงของน้อง ๆ เยาวชนทั้ง 32 ทีมที่ร่วมกันสร้างสรรค์จากการเรียนรู้ตลอดค่ายอบรม ได้ทาง www.thaipbs.or.th/VerifyYouthCamp2026