1. ความเข้าใจในโครงสร้างและกลไกการทำงานของผลิตภัณฑ์
สิ่งแรกที่ต้องตระหนักก่อนจะปรึกษาซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนคือ ยอดเบี้ยประกันที่คุณจ่ายไปในทุก ๆ ปี จะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทประกันและค่าคอมมิชชั่น ส่วนของค่าความคุ้มครองชีวิต (COI) ซึ่งจะแปรผันตามอายุและความเสี่ยง และส่วนสุดท้ายคือเงินที่จะนำไปซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมตามที่คุณเลือกไว้ ดังนั้น มูลค่าเงินออมในบัญชีของคุณจึงไม่ได้ถูกการันตีเหมือนประกันสะสมทรัพย์ทั่วไป แต่จะผันผวนไปตามสภาวะตลาดทุนในขณะนั้น การทำความเข้าใจโครงสร้างนี้ล่วงหน้าจะทำให้การปรึกษาซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนเป็นไปอย่างมีทิศทาง
2. การประเมินความเสี่ยงและเป้าหมายทางการเงินของตนเอง
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเข้าปรึกษาซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนคุณจำเป็นต้องสำรวจระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ (Risk Tolerance) เนื่องจากเงินส่วนลงทุนจะถูกนำไปลงในกองทุนรวมประเภทต่าง ๆ เช่น กองทุนตราสารหนี้ กองทุนหุ้นไทย หรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ ซึ่งมีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป การตอบคำถามตัวเองให้ชัดเจนว่าต้องการความคุ้มครองจำนวนเท่าใด และคาดหวังผลตอบแทนในระดับไหน จะช่วยให้ที่ปรึกษาทางการเงินสามารถออกแบบสัดส่วนพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) ภายในเล่มกรมธรรม์ได้สอดคล้องกับตัวตนของคุณมากที่สุดเมื่อคุณไปปรึกษาซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนในลำดับต่อไป
3. ตรวจสอบค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ
สเปกของแบบประกันประเภทนี้มักจะมีค่าธรรมเนียมที่หลากหลายกว่าประกันทั่วไป ซึ่งผู้เอาประกันต้องศึกษาให้ละเอียดก่อนปรึกษาซื้อประกันชีวิตควบการลงทุน โดยค่าธรรมเนียมเหล่านั้นประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนกองทุนในกรณีที่คุณต้องการปรับพอร์ต ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกหักออกจากมูลค่าหน่วยลงทุนของคุณโดยอัตโนมัติ การซักถามและเปรียบเทียบอัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละบริษัทอย่างตรงไปตรงมาในระหว่างการปรึกษาซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนจะช่วยให้คุณรักษาผลประโยชน์สูงสุดของเงินออมเอาไว้ได้
4. ความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนและระยะเวลาการถือครอง
จุดเด่นที่ทำให้หลาย ๆ คนสนใจปรึกษาซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนคือความยืดหยุ่นสูง คุณสามารถเลือกปรับเพิ่มหรือลดวงเงินความคุ้มครองชีวิตได้ตามช่วงจังหวะชีวิต สามารถหยุดพักชำระเบี้ยประกันชั่วคราว (Premium Holiday) ได้โดยที่ความคุ้มครองยังคงอยู่หากมูลค่าการลงทุนในบัญชียังมีเพียงพอสำหรับหักค่าใช้จ่าย หรือแม้กระทั่งการถอนเงินบางส่วนออกมาใช้ในยามฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์นี้ถูกออกแบบมาสำหรับการวางแผนการเงินระยะยาวตั้งแต่ 10 ถึง 20 ปีขึ้นไป การเวนคืนกรมธรรม์ในช่วงปีแรก ๆ มักจะทำให้สูญเสียเงินต้นจำนวนมาก การวางแผนกระแสเงินสดให้รัดกุมก่อนปรึกษาซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง