"ถนนไปสู่แหลมทอง" นิทรรศการภาพถ่ายในรอบ 20 ปีของ ไชยยศ ปิ่นประดับ บันทึกการเดินทางผ่านภูมิทัศน์ ผู้คน และพหุวัฒนธรรมแห่งแหลมทอง

ดังคำกล่าวของ มาร์แซล พรุสต์ (Marcel Proust) นักเขียนชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่ว่า "การเดินทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การไปยังสถานที่ที่ไม่เคยรู้จัก แต่คือการมองโลกใบเดิมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป" อดีตช่างภาพและหนึ่งในผู้ก่อตั้งนิตยสาร Phuket Bulletin ผู้กลับมาจับกล้องถ่ายภาพอีกครั้งในรอบเกือบ 20 ปี สมาคมศิลป์ภูเก็จ (Phuket Art Association) ขอเชิญชวนทุกท่านออกเดินทางสู่ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์และพหุวัฒนธรรมใน "ถนนไปสู่แหลมทอง" (The Road to the Golden Peninsula) นิทรรศการภาพถ่ายโดย ไชยยศ ปิ่นประดับ

Monday 13 July 2026 15:25
"ถนนไปสู่แหลมทอง" นิทรรศการภาพถ่ายในรอบ 20 ปีของ ไชยยศ ปิ่นประดับ บันทึกการเดินทางผ่านภูมิทัศน์ ผู้คน และพหุวัฒนธรรมแห่งแหลมทอง

ศิลปินชวนผู้ชมออกเดินทางผ่านผลงานภาพถ่าย 114 ภาพ ที่ทำหน้าที่เสมือน "สมุดบันทึก" การเดินทางจากปราณบุรีสู่ตากใบ สัมผัสวิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และจิตวิญญาณแห่งแหลมทอง (Golden Chersonese) ชื่อที่นักเดินเรือชาวตะวันตกยุคโบราณเรียกคาบสมุทรมลายูและภาคใต้ของไทยมาตั้งแต่ยุคกรีก-โรมัน เรื่องเล่าผ่านเลนส์และมุมมองที่เปลี่ยนไปของชายผู้รักการถ่ายภาพที่หวนกลับมาจับกล้องฟิล์มอีกครั้งในวัยกว่า 70 ปี ที่อยากบอกเล่าเรื่องราวความสวยงามของภาคใต้-บ้านเกิดของเขา ผ่านความยิ่งใหญ่ของภูเขา ทะเล สถาปัตยกรรม ใบหน้าของผู้คน และเสน่ห์ของดินแดนพหุวัฒนธรรมในมิติที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง จัดแสดงวันที่ 28 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม 2569 บริเวณผนังโค้งชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

จากถนนข้ามผ่านคาบสมุทร สู่จุดเริ่มต้นของ "ถนนไปสู่แหลมทอง"

ไชยยศ ปิ่นประดับ เป็นชาวภูเก็ตโดยกำเนิด เขาหลงใหลในการถ่ายภาพและกล้องฟิล์ม มากพอ ๆ กับความรักที่มีต่อปักษ์ใต้-บ้านเกิดของเขา หลังห่างหายจากการถ่ายรูปไปนานเกือบสองทศวรรษ กล้องฟิล์มสุดหวงที่เคยสะสมไว้ก็จำหน่ายจ่ายแจกไปจนหมด ก่อนที่สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงก็พัดผ่านเข้ามาในชีวิต ไชยยศหวนนึกถึงการถ่ายภาพที่ร้างลามานานปี เขาตัดสินใจโทร. หาเพื่อนเก่าในกรุงเทพฯ เพื่อจัดหากล้อง Hasselblad Xpan (กล้องฟิล์ม Rangefinder) แล้วเรื่องราวก็ลื่นไหลจากฟิล์ม 50 ม้วน สู่หนังสือและนิทรรศการภาพถ่ายในวัย 74 ปี

"ผมก็เหมือนมือสมัครเล่นทั่วไปที่ถ่ายรูปเพราะใจรัก ความที่บ้านเกิดอยู่ภาคใต้ก็เลยเลือกความสะดวกในการทำงานและความเข้าใจในพื้นที่ แต่ผมขายกล้องฟิล์มไปหมดแล้ว เลยต้องไหว้วานให้เพื่อนเก่าอย่างคุณบิ๊ก (ศรีสุภัจจ์ เสถียรศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านห้องมืด ผู้ก่อตั้ง Min Black and White Darkroom) ที่อยู่กรุงเทพฯ จัดหาอุปกรณ์ถ่ายรูปมาให้ ทุกวันหยุดผมจะขับรถตระเวนถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจสภาพดินฟ้าอากาศ เริ่มต้นการทำงานจากปราณบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์ ที่หลายคนเรียกว่า "ประตูสู่ภาคใต้" ขับรถสำรวจบ้านเมืองไปเรื่อย ๆ แต่ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิด ทั้งธรรมชาติ บ้านเรือน สถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ และวัดวาอาราม ทุกครั้งที่ผมออกไปทำงานก็จะส่งม้วนฟิล์มกลับไปให้คุณบิ๊กล้างขยายและตรวจดูความเรียบร้อยที่กรุงเทพฯ ทำอยู่อย่างนั้นเกือบ 5 เดือน"

"ถนนไปสู่แหลมทอง" จึงมีจุดเริ่มต้นจากการเดินทางข้ามคาบสมุทรจากฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย ผ่านมุมมองของชายที่เห็นโลกมาแล้วหลายยุคสมัย ตึกเก่าที่คุ้นเคยแต่อาจไม่คุ้นตาสำหรับนักเดินทาง ตลอดหลายเดือนของการเดินทางเพียงลำพังไปกับรถคู่ใจ ทำให้เขาค้นพบความสวยงามของเทือกเขาที่ทอดตัวยาว เรื่องราวระหว่างการเดินทาง และความหลากหลายของพหุวัฒนธรรมที่หลอมรวมอยู่ในดินแดนภาคใต้ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของนิทรรศการภาพถ่ายในครั้งนี้

ช่างภาพและกล้องฟิล์ม บนถนนสายใต้กว่า 150 วัน

ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ถึงมกราคม 2568 ไชยยศตระเวนลงพื้นที่ตลอดแนวคาบสมุทร ตั้งแต่เทือกเขาตะนาวศรีที่ประจวบคีรีขันธ์ ไล่เรียงลงไปจนถึงเทือกเขาสันกาลาคีรีที่ชายแดนภาคใต้ โดยมี 'ปัตตานี' เป็นศูนย์กลางการทำงาน พร้อมได้รับความช่วยเหลือจาก 'คุณโมนา ปัตตานี' ในการเข้าถึงชุมชนท้องถิ่น เกือบทุกภาพในนิทรรศการนี้จึงไม่ได้เกิดจากการกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว หากแต่เป็นผลจากการเดินทางกลับไปยังสถานที่เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 2-3 ครั้ง เพื่อรอคอยจังหวะแสงและเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุด สะท้อนความอดทนและความพิถีพิถันแบบช่างภาพฟิล์มที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน

"เราอาจคุ้นเคยกับทะเลจนหลงลืมความยิ่งใหญ่ของภูเขา ระหว่างทางผมรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาขนาดใหญ่ บางลูกสูงใหญ่เสียดฟ้าให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม บางลูกโค้งมนอ่อนโยน ความที่ทิ้งการถ่ายภาพมานาน ผมเลยทำฟิล์มเสียหายไป 5 ม้วน พอทำความเข้าใจกับเครื่องมืออีกครั้ง การถ่ายภาพก็สมูทขึ้น

"หลายภาพมีคุณค่าต่อจิตใจของผมอย่างมาก ผมได้เห็นวัดวาอารามที่ในชีวิตไม่เคยไปเที่ยวชมมาก่อน ตั้งแต่ปลายนครศรีธรรมราชจรดสงขลา โดยเฉพาะรูปบนปกหนังสือคือ "กุฏิเจ้าอาวาส" วัดชลธาราสิงเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เป็นศิลปะพื้นถิ่นที่ใกล้เคียงกับสกุลช่างสงขลาอย่างมาก คาดไม่ถึงเลยว่าศิลปะเก่าแก่ของช่างฝีมือชั้นสูงยังได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีในวัดวาอารามทางภาคใต้ แม้กระทั่งพลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 4 หรือที่เรียกว่า "ศาลาพระวิหารแดง" บนเขาตังกวน จังหวัดสงขลา ก็เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสีแดงที่สวยงามอย่างมาก"

นอกจากความยิ่งใหญ่ของแนวเทือกเขา อีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดสายตาของไชยยศมาตลอดการเดินทาง คือ สถาปัตยกรรม ซึ่งสำหรับเขาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้าง หากเป็นหลักฐานที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น ภาพถ่ายหลายชิ้นจึงให้ความสำคัญกับองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมมากกว่ามุมมหาชน ไชยยศเลือกที่จะหันเลนส์ไปยังมุมธรรมดา ๆ ที่ชาวบ้านพบเห็นในชีวิตประจำวัน แต่กลับซ่อนรายละเอียด แสง เงา และเรื่องราวที่นักท่องเที่ยวอาจไม่เคยสังเกต ภาพถ่ายแต่ละใบจึงชวนให้ผู้ชมมองพื้นที่เดิมด้วยสายตาใหม่ และค้นพบความงามที่ซ่อนอยู่ในความคุ้นชิน

Hasselblad Xpan ห้องมืด และงานฝีมือที่อยู่ข้างหลังภาพ

หัวใจสำคัญของนิทรรศการ คือการเลือกใช้ Hasselblad Xpan กล้องฟิล์มพาโนรามาRangefinder สัญลักษณ์ของความคลาสสิกและทรงคุณค่า ที่ช่างภาพสายสตรีทและศิลปินทั่วโลกต่างตามหา ด้วยสามารถบันทึกภาพในสัดส่วนพาโนรามา (24?65 มิลลิเมตร) ทำให้ได้มุมมองที่กว้างขวางตระการตาและมีความลึกทางมิติภาพที่ระบบดิจิทัลยากจะเลียนแบบ ศิลปินใช้ฟิล์มกว่า 50 ม้วน ในการสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่าย 114 ภาพ เพื่อถ่ายทอดภูมิทัศน์และบรรยากาศของคาบสมุทรภาคใต้ผ่านภาษาของภาพฟิล์ม

"ผมคุยกับคุณบิ๊กไว้ว่า เราน่าจะอัดภาพสีไว้บ้างเพื่อสร้างคอนทราสต์กับภาพขาวดำ เพื่อเป็นจังหวะในการเล่าเรื่องด้วยภาพ และผมอยากให้ผู้ชมสัมผัสความสวยงามของ 'แหลมทอง' ชื่อดั้งเดิมของคาบสมุทรภาคใต้ที่หลายคนอาจหลงลืมไป และนำมาใช้เป็นชื่อนิทรรศการ "ถนนไปสู่แหลมทอง" ผมอยากให้ผู้คนรับรู้ถึงคุณค่าของภาคใต้ผ่านภาพถ่ายในมุมมองของสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่จำกัดแค่แลนด์มาร์ก โดยเฉพาะคนใต้ที่ย้ายรกรากไปอยู่กรุงเทพฯ ให้ลูกหลานหันกลับมามองรากเหง้าและเห็นคุณค่าของปักษ์ใต้บ้านเรา "

ด้วยเหตุนี้ทุกภาพในนิทรรศการจึงผ่านกระบวนการล้างและอัดขยายด้วยห้องมืด (Darkroom) มาตรฐานสากล โดย ศรีสุภัจจ์ เสถียรศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านห้องมืดและเพื่อนสนิทของไชยยศ ที่ร่วมเดินบนเส้นทางสายภาพถ่ายด้วยกันมากว่า 30 ปี ประสบการณ์ที่สั่งสมจากการทำงานร่วมกับช่างภาพมืออาชีพระดับนานาชาติ ถูกถ่ายทอดลงในทุกขั้นตอนของการสร้างภาพ ทำให้ผลงานแต่ละชิ้นไม่เพียงสะท้อนความงามของสถานที่และผู้คน หากยังสะท้อนให้เห็นคุณค่าของงานคราฟต์ ความละเอียดอ่อน และมิตรภาพที่อยู่เบื้องหลังภาพถ่าย

นิทรรศการ "ถนนไปสู่แหลมทอง" จึงเปรียบเหมือนบทสนทนาระหว่างอดีตและปัจจุบันของแหลมทอง ที่ไม่อาจหาได้จากกล้องดิจิทัล พร้อมเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม 2569 ผนังโค้งชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เวลา 10.00 - 20.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) ผู้สนใจในศิลปวัฒนธรรมและความสวยงามของธรรมชาติในภาคใต้ สามารถเข้าร่วมชมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ติดตามรายละเอียดได้ที่

https://www.facebook.com/cpinpradab

"ถนนไปสู่แหลมทอง" นิทรรศการภาพถ่ายในรอบ 20 ปีของ ไชยยศ ปิ่นประดับ บันทึกการเดินทางผ่านภูมิทัศน์ ผู้คน และพหุวัฒนธรรมแห่งแหลมทอง