ไทยลดจริง 3.8 ล้านตัน CO2 จาก "ปูนลดโลกร้อน" เร็วกว่าเป้า NDC สู่โมเดลความร่วมมือขับเคลื่อน Net Zero

ประเทศไทยสร้างความสำเร็จสำคัญด้านการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน "มาตรการทดแทนปูนเม็ด (Clinker Substitution)" ภายใต้สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (Industrial Process and Product Use: IPPU) สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมกว่า 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน เร็วกว่ากรอบเป้าหมายของ Thailand NDC Roadmap โดยมี "ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก" เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่การก่อสร้างคาร์บอนต่ำ

Thursday 16 July 2026 11:09
ไทยลดจริง 3.8 ล้านตัน CO2 จาก "ปูนลดโลกร้อน" เร็วกว่าเป้า NDC สู่โมเดลความร่วมมือขับเคลื่อน Net Zero

พิธีมอบรางวัลเกียรติยศแก่ภาคีร่วมดำเนินการ จัดขึ้นในงาน "TCMA at 20" โดยได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานและมอบรางวัล เพื่อเชิดชูความร่วมมือของ 34 ภาคีร่วมดำเนินการ ภายใต้การสนับสนุนของ 6 กระทรวง ที่ร่วมกันผลักดันนโยบายประเทศสู่การปฏิบัติจริง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ความสำเร็จของมาตรการทดแทนปูนเม็ดสะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคีที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม

"การลดก๊าซเรือนกระจกจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันตั้งแต่นโยบาย เทคโนโลยี ไปจนถึงการนำไปใช้จริง ความสำเร็จของมาตรการทดแทนปูนเม็ดเป็นตัวอย่างสำคัญของความร่วมมือที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050" นายวราวุธ กล่าว

นายสุรชัย นิ่มละออ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) กล่าวว่า ความสำเร็จของมาตรการทดแทนปูนเม็ดเกิดจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาชีพ ภาควิชาการ ซึ่งร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายของประเทศให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ผ่านการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนามาตรฐาน เทคโนโลยี และการสร้างระบบสนับสนุนให้เกิดการใช้งานจริง

"ความสำเร็จในการลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันมาตรการของประเทศให้เกิดขึ้นจริง อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างต่อเนื่อง"

หนึ่งในกลไกสำคัญของความสำเร็จ คือการวิจัยพัฒนาและส่งเสริมการใช้ "ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก" หรือ "ปูนลดโลกร้อน" ซึ่งช่วยลดสัดส่วนการใช้ปูนเม็ดในกระบวนการผลิต อันเป็นแหล่งกำเนิดการปล่อยคาร์บอนที่สำคัญ ขณะเดียวกันยังคงคุณสมบัติด้านความแข็งแรงและความมั่นใจในการใช้งานตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 2594

ปัจจุบันปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกได้ก้าวขึ้นเป็นปูนซีเมนต์โครงสร้างหลักของประเทศ และถูกนำไปใช้ในโครงการก่อสร้างทั่วประเทศ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน อาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดวัสดุก่อสร้างทางเลือก สู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบการก่อสร้างคาร์บอนต่ำของประเทศไทย

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างชัดเจน โดยในปี 2564 มาตรการทดแทนปูนเม็ดสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 300,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เร็วกว่ากรอบเวลาใน Thailand NDC Roadmap ถึง 9 ปี และในช่วงปี 2565-2566 สามารถลดเพิ่มเติมได้มากกว่า 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ส่งผลให้ระหว่างปี 2562 ถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีลดการปล่อยสะสมได้กว่า 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของ 34 ภาคีร่วมดำเนินการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก 6 กระทรวง ในการร่วมกำหนดนโยบาย พัฒนามาตรฐาน ส่งเสริมการใช้งาน และสร้างกลไกสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นระบบ สะท้อนบทบาทของความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน (Public-Private Partnership) ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

นายสุรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของมาตรการทดแทนปูนเม็ดเป็นตัวอย่างของการนำเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไปสู่การปฏิบัติจริง และเป็นแนวทางที่สามารถต่อยอดไปยังภาคอุตสาหกรรมอื่น รวมถึงขยายผลสู่ความร่วมมือในระดับภูมิภาค

"วันนี้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกไม่ได้เป็นเพียงวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านของประเทศสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง การลดก๊าซเรือนกระจกสามารถเกิดขึ้นได้จริง" นายสุรชัย กล่าว

ความสำเร็จจากมาตรการทดแทนปูนเม็ด ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการขับเคลื่อนนโยบายลดก๊าซเรือนกระจกผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นอีกก้าวสำคัญในการสนับสนุนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมสร้างต้นแบบการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมที่สามารถขยายผลในระดับประเทศและภูมิภาค

ไทยลดจริง 3.8 ล้านตัน CO2 จาก "ปูนลดโลกร้อน" เร็วกว่าเป้า NDC สู่โมเดลความร่วมมือขับเคลื่อน Net Zero
ไทยลดจริง 3.8 ล้านตัน CO2 จาก "ปูนลดโลกร้อน" เร็วกว่าเป้า NDC สู่โมเดลความร่วมมือขับเคลื่อน Net Zero
ไทยลดจริง 3.8 ล้านตัน CO2 จาก "ปูนลดโลกร้อน" เร็วกว่าเป้า NDC สู่โมเดลความร่วมมือขับเคลื่อน Net Zero