นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP
ในโอกาสนี้ นายสราวุฒิได้ขึ้นกล่าวในงานประชุมสัมมนาฯ หัวข้อ "Growing with China: Why TCP Group Chose Sichuan" ถ่ายทอดประสบการณ์ของกลุ่มธุรกิจ TCP ในฐานะบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจและลงทุนในประเทศจีนมาเป็นเวลากว่าสามทศวรรษ พร้อมนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับองค์ประกอบสำคัญของการลงทุนระยะยาว และศักยภาพของมณฑลเสฉวนในฐานะหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับธุรกิจไทยที่ต้องการเติบโตในตลาดจีน
นายสราวุฒิ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีนไม่ได้เกิดขึ้นจากการค้าและการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเข้าใจระหว่างผู้คน และความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ทั้งสองฝ่ายสามารถเติบโตไปด้วยกันได้
"ประสบการณ์ของกลุ่มธุรกิจ TCP อาจไม่ใช่สูตรสำเร็จสำหรับทุกบริษัท แต่เป็นหนึ่งในตัวอย่างของสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายไม่ใช่เพียงการลงทุนให้สำเร็จ แต่คือการสร้างการเติบโตที่เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในระยะยาว" นายสราวุฒิ กล่าว
จากการเข้าสู่ตลาด สู่การเติบโตไปพร้อมกับประเทศจีน
กลุ่มธุรกิจ TCP ก่อตั้งในประเทศไทยเมื่อ 70 ปีก่อน โดยเติบโตจากผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำของไทยสู่กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก และเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าเรดบูลที่วางจำหน่ายในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของบริษัทมาโดยตลอด
ความผูกพันระหว่างกลุ่มธุรกิจ TCP กับประเทศจีนเริ่มต้นตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง คุณเฉลียว อยู่วิทยา นักธุรกิจไทยเชื้อสายจีน ผู้คิดค้นและเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าเรดบูล ซึ่งตั้งโรงงานผลิตเครื่องดื่มเรดบูล หรือ "หงหนิว" แห่งแรกในมณฑลไห่หนาน เมื่อปี พ.ศ. 2536 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจในประเทศจีนที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 33 ปี
ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจ TCP มีมูลค่าการลงทุนสะสมในประเทศจีนกว่า 4.36 พันล้านหยวน ครอบคลุมสำนักงานใหญ่ประจำประเทศจีน ณ กรุงปักกิ่ง และฐานการผลิตสมัยใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ เมืองเน่ยเจียง มณฑลเสฉวน และเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซี ซึ่งเปิดดำเนินการผลิตแล้วทั้งสองแห่ง
การดำเนินธุรกิจทั้งหมดตั้งอยู่บนแนวคิด "In China, For China" หรือ "ในจีน เพื่อจีน" ที่มุ่งสร้างการเติบโตไปพร้อมกับประเทศจีน ผ่านการลงทุน การผลิต การพัฒนานวัตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวจีนอย่างแท้จริง แนวคิดนี้ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุนที่มณฑลเสฉวน ซึ่งมีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านการผลิต ระบบโลจิสติกส์ บุคลากรที่คุณภาพ และทำเลที่เชื่อมโยงสู่ตลาดสำคัญในภูมิภาคตะวันตกของจีน
นายสราวุฒิระบุว่า ปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับบริษัทมากที่สุดไม่ได้มีเพียงขนาดของตลาดหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือ เสถียรภาพที่มีรากฐานจากนโยบาย และทัศนคติของผู้คนที่พร้อมทำงานร่วมกับนักลงทุนในฐานะพันธมิตร "เมื่อเราได้พบกับผู้แทนภาครัฐจากมณฑลเสฉวนและเมืองเน่ยเจียง สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับเรา คือคำถามแรกของผู้แทนฯ ที่ไม่ได้ถามว่ากลุ่มธุรกิจ TCP จะลงทุนเป็นจำนวนเท่าไร แต่ถามว่า 'เราจะช่วยให้กลุ่มธุรกิจ TCP ลงทุนและดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร' สำหรับผม นี่คือจุดเริ่มต้นของความเป็นพันธมิตรอย่างแท้จริง" นายสราวุฒิ กล่าว
ตลอดกระบวนการพัฒนาฐานการผลิตในเมืองเน่ยเจียง ตั้งแต่การอนุมัติโครงการ การก่อสร้าง การเริ่มดำเนินงาน ตลอดจนการขยายกำลังการผลิต กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลมณฑลเสฉวน เมืองเน่ยเจียง เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเน่ยเจียง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนาการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจว่าการลงทุนในเสฉวนจะสามารถเติบโตได้ในระยะยาว
การลงทุนที่ดีต้องสร้างมากกว่าโรงงาน
แม้การลงทุนในเสฉวนจะเริ่มต้นจากการสร้างฐานการผลิต แต่คุณค่าที่แท้จริงของการลงทุนอยู่ที่ความสามารถในการสร้างโอกาสและการเติบโตให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ โดย นายสราวุฒิ มองว่า การลงทุนที่ดีควรสร้างมากกว่าโรงงาน แต่ต้องสร้างโอกาส ขีดความสามารถ และการเติบโตให้แก่ทุกฝ่าย วันนี้กลุ่มธุรกิจ TCP และมณฑลเสฉวนกำลังเติบโตไปด้วยกันในสี่มิติสำคัญ ได้แก่
มิติแรก การเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกัน ฐานการผลิตของกลุ่มธุรกิจ TCP ในเมืองเน่ยเจียง หรือ "เมืองแห่งความหวานของจีน" มีส่วนดึงดูดพันธมิตรและผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานให้เข้ามาลงทุนและขยายธุรกิจในเสฉวน ช่วยสร้างงาน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด "Sweetness+" ของเมืองเน่ยเจียง
มิติที่สอง การเติบโตด้านนวัตกรรมร่วมกัน กลุ่มธุรกิจ TCP มองว่านวัตกรรมเริ่มต้นจากความเข้าใจผู้บริโภค โดยได้พัฒนาและปรับสูตรเครื่องดื่มสปอนเซอร์ให้เหมาะกับผู้บริโภคชาวจีน พร้อมใช้ศักยภาพการผลิตในเสฉวนนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มิติที่สาม การเติบโตของมิตรภาพระหว่างผู้คน กลุ่มธุรกิจ TCP ส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-จีนผ่านการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม อาหาร และดนตรี เช่น Very Thai Music Festival ซึ่งจัดขึ้นมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 โดยปีที่สอง (2567) จัดขึ้นที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน เพราะความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืนต้องมีมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างผู้คนเป็นรากฐาน
มิติที่สี่ การเติบโตไปพร้อมกับชุมชน กลุ่มธุรกิจ TCP สนับสนุนโครงการเพื่อสังคมในเสฉวนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการ Education for the Future เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนและชุมชนในพื้นที่
"ความสำเร็จของธุรกิจไม่ควรวัดจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าเราได้สร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ผู้คน ชุมชน และสังคมมากเพียงใด นี่คือองค์กรที่กลุ่มธุรกิจ TCP มุ่งมั่นจะเป็น" นายสราวุฒิ กล่าว
มองเสฉวนผ่านระบบนิเวศ ไม่ใช่เพียงขนาดตลาด
จากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจในจีน นายสราวุฒิมองว่า การตัดสินใจเลือกพื้นที่ลงทุนไม่ควรพิจารณาจากต้นทุน ที่ตั้งหรือขนาดตลาดแยกออกจากกัน แต่ควรมองถึงระบบนิเวศโดยรวม ทั้งทิศทางนโยบาย คุณภาพบุคลากร ประสิทธิภาพของหน่วยงานภาครัฐ ความพร้อมของพันธมิตรทางธุรกิจ และความสามารถในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภค
สำหรับมณฑลเสฉวน จุดแข็งสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงที่โครงสร้างพื้นฐานหรือทำเลในภูมิภาคตะวันตกของจีน แต่อยู่ที่ความเปิดกว้างของพื้นที่ ความเป็นมืออาชีพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความพร้อมที่จะสร้างความสัมพันธ์กับนักลงทุนในระยะยาว
นายสราวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า "กลุ่มธุรกิจ TCP เดินทางมายังเสฉวนเพื่อการลงทุน แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมามีคุณค่ามากกว่านั้น เราได้ร่วมกันสร้างงาน พัฒนาอุตสาหกรรม ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น สำหรับผม นี่คือความหมายที่แท้จริงของการลงทุนอย่างยั่งยืน"
"ผมหวังว่าประสบการณ์ของกลุ่มธุรกิจ TCP จะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับบริษัทไทยที่กำลังมองหาโอกาสในประเทศจีน เสฉวนอาจไม่ได้เป็นคำตอบเดียวสำหรับทุกธุรกิจ แต่สำหรับบริษัทที่กำลังมองหาพันธมิตร ระบบนิเวศ และพื้นที่ที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน ผมเชื่อว่าเสฉวนเป็นหนึ่งในโอกาสที่ควรศึกษาอย่างจริงจัง"