ความร่วมมือครั้งนี้ผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน — ความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP และความเข้าใจกระบวนการธุรกิจไทยของเนทติเซนท์ เข้ากับแพลตฟอร์มพัฒนาแอประดับองค์กรของ Neptune ที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วโลกกว่า 850 แห่ง สะท้อนแนวคิด "มาตรฐานระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญในการปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของไทย" (Global Standard + Local Execution Excellence)
ความท้าทายที่องค์กรกำลังเผชิญในปัจจุบัน
- ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ไม่เชื่อมโยงกัน — ผู้ใช้ต้องทำงานผ่านกระบวนการและหน้าจอที่แยกส่วนจากกัน
- ระบบที่กระจัดกระจาย — แต่ละระบบทำงานแยกกันจนเกิดการแบ่งแยกของข้อมูลและกระบวนการ (Silos)
- ข้อจำกัดในการสร้างนวัตกรรม AI — การผูกติดกับผู้ให้บริการ (Vendor Lock-in) ทำให้ AI ถูกจำกัดอยู่เฉพาะบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการแต่ละราย
- การทำงานของ Core ERP ที่ไม่เชื่อมต่อกัน — กระบวนการ ERP หลักขาดการบูรณาการที่ราบรื่น
- การอัปเดตข้อมูลแบบแมนนวล — การส่งข้อมูลกลับสู่ระบบหลักอย่าง SAP มักต้องอาศัยการดำเนินการด้วยมือ
- การมองเห็นภาพการดำเนินงานที่ล่าช้า — การสื่อสารระหว่างระบบที่ไม่ดีทำให้ไม่สามารถเห็นข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์
ทำไมการพัฒนาแอปบน SAP ถึงช้าและซับซ้อน
องค์กรที่ใช้ SAP จำนวนมากต้องการพัฒนาแอปพลิเคชันและประสบการณ์ใช้งานใหม่ๆ ให้ทันความต้องการของธุรกิจ แต่มักติดข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ รอบการพัฒนาที่ใช้เวลานาน การปรับแต่งระบบหลัก (Customization) ที่ซับซ้อน และเสี่ยงต่อการดูแลรักษาในระยะยาว รวมถึงการขาดเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมธุรกิจและทีมเทคนิคทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ AiBuild จึงได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้โดยตรง ด้วยแนวทางที่เน้น "สร้างเร็วขึ้น ต่อยอด SAP ที่มีอยู่ และรักษา SAP Core ให้สะอาด (Clean Core)"
ประโยชน์หลักของโซลูชัน AiBuild
- พัฒนาแอปได้เร็วขึ้น — ด้วยความสามารถ Low-Code/No-Code ที่ให้ผู้ใช้เปลี่ยนแนวคิดเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้จริงภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แทนที่จะเป็นเดือน
- ต่อยอด SAP โดยไม่กระทบระบบหลัก (Clean Core) — เข้าถึงข้อมูล ระบบงาน และความปลอดภัยของ SAP ได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่ง Middleware และยังคงเป็นไปตามหลัก Clean Core
- ขับเคลื่อนด้วย AI — ผู้ใช้เพียงอธิบายความต้องการด้วยภาษาธรรมชาติ และให้ AI ช่วยสร้างแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับ SAP พร้อมใช้งานได้ทันที รวมถึงการสร้าง AI Agent ที่โต้ตอบกับข้อมูลและกระบวนการทำงานบน SAP ได้แบบเรียลไทม์
- ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์และรองรับ Offline — ด้วยโค้ดชุดเดียวที่ทำงานได้ทั้งบนเว็บและมือถือ พร้อมความสามารถทำงานแบบออฟไลน์สำหรับสภาพแวดล้อมที่การเชื่อมต่อไม่เสถียร
- ใช้ทักษะ SAP เดิมที่มีอยู่ — ทีมพัฒนาสามารถต่อยอดจากทักษะ ABAP และ SAP ที่มีอยู่ ลดภาระการอัปสกิลและการสร้างระบบใหม่ที่มีต้นทุนสูง
จุดเด่นที่ทำให้ AiBuild แตกต่างสำหรับลูกค้า SAP
- ออกแบบมาเพื่อ SAP โดยเฉพาะ ไม่ใช่การนำแพลตฟอร์ม Low-Code ทั่วไปมาปรับใช้กับ SAP
- ต่อยอด SAP ได้โดยไม่กระทบ SAP Core รองรับแนวทาง Clean Core และช่วยลดความเสี่ยงในการอัปเกรดระบบ
- เชื่อมต่อ SAP ได้โดยตรง ผ่าน SAP APIs, Business Objects และระบบ Authorization โดยไม่ต้องใช้ Middleware เพิ่มเติม
- ต่อยอดการลงทุน SAP S/4HANA Cloud, RISE with SAP และ SAP BTP ได้เต็มประสิทธิภาพด้วยสถาปัตยกรรมแบบ SAP-Native
- รองรับมาตรฐานระดับองค์กร (Enterprise Ready) ทั้งด้าน Security, Governance, Mobile Application และ Offline Capability
ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วในระดับสากล อาทิ Fonterra ที่ประหยัดต้นทุนได้กว่า 3.2 ล้านยูโรในปีแรก และ United Utilities ที่พัฒนาแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้น 40%
การลงนามความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ
ภายในงานเปิดตัว ผู้บริหารจากทั้งเนทติเซนท์ และ Neptune Software ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในการนำโซลูชันระดับโลกมาสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจไทยในระยะยาว ผู้เข้าร่วมงานในวันนี้ถือเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในความร่วมมืออย่างเป็นทางการครั้งนี้ในประเทศไทย
คุณเสรี สาธุกิจชัย (Seree Satukijchai), ประธานผู้บริหาร บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด กล่าวว่า "เนทติเซนท์และ Neptune Software ร่วมมือกันเพื่อเร่งการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลให้กับลูกค้า SAP ในประเทศไทย ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP เข้ากับการพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรแบบ Low-Code และแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI เราร่วมกันเสริมศักยภาพให้องค์กรสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เร็วขึ้น พร้อมรักษาระบบ SAP หลักให้สะอาดและพร้อมสำหรับอนาคต"
Laura Lenti, Vice President - APAC and EMEA, Neptune Software กล่าวว่า "เราประทับใจอย่างยิ่งกับการทุ่มเทของเนทติเซนท์ในการเรียนรู้และพัฒนาบนแพลตฟอร์มของเรา ความมุ่งมั่นนี้ทำให้เรามั่นใจอย่างเต็มที่ว่าเราได้เลือกพันธมิตรที่ถูกต้องในการนำ Neptune เข้าสู่ตลาดประเทศไทยและวางรากฐานให้แข็งแกร่งในประเทศนี้ เราขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ และตั้งตารอความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จร่วมกันในระยะยาว"
เกี่ยวกับ NETIZEN
บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด เป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาและวางระบบ SAP ระดับ Platinum Partner ในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปี มุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Business Technology Transformation (BTX), แนวทาง Fit-to-Standard และ Clean Core พร้อมชุดโซลูชันเฉพาะสำหรับตลาดไทย เช่น Thai Localization Package รองรับภาษี VAT, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, รายงานตามกฎหมาย และ e-Tax ข้อมูลเพิ่มเติม: www.netizen.co.th
เกี่ยวกับ Neptune Software
Neptune Software ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Low-Code ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI มาใช้ ต่อยอด และเป็นเจ้าของได้ในแบบของตนเอง ทั้งบน SAP และระบบอื่นๆ แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ทีม IT และทีมธุรกิจสามารถสร้าง ใช้งาน และบริหารจัดการแอปพลิเคชันได้รวดเร็วขึ้น พร้อมคงไว้ซึ่งการกำกับดูแลระดับองค์กร ด้วยความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 850 ราย และผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคนทั่วโลก Neptune DXP เชื่อมโยงระบบทั้งบน SAP และนอก SAP เข้าด้วยกัน และส่งมอบผ่านเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก ข้อมูลเพิ่มเติม: www.neptune-software.com