กรุงศรีชูกลยุทธ์ FX ปี 2569 รับเทรนด์ Multi-Currency เดินหน้า Digital FX เต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ลูกค้าเติบโตยั่งยืนท่ามกลางตลาดผันผวน

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) โดย กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ เดินหน้าพัฒนาช่องทางดิจิทัลและขยายบริการสกุลเงินใหม่ๆ พร้อมประกาศกลยุทธ์ธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) ปี 2026 ตอกย้ำบทบาทการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายและความผันผวนของตลาดเงินทั่วโลก

Wednesday 22 July 2026 17:19
กรุงศรีชูกลยุทธ์ FX ปี 2569 รับเทรนด์ Multi-Currency เดินหน้า Digital FX เต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ลูกค้าเติบโตยั่งยืนท่ามกลางตลาดผันผวน

นายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "กรุงศรีให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า และพร้อมทำหน้าที่ในฐานะพาร์ตเนอร์ที่ช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางสถานการณ์ ความท้าทายต่างๆ ของตลาดเงินทั่วโลก ที่ผ่านมากรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ได้พัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าธุรกิจ โดยผลการดำเนินงานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กำไรจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นอยู่ที่ 16% ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จและความสามารถในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน"

"ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ปริมาณธุรกรรมเพียงอย่างเดียว ในฐานะพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ หัวใจสำคัญคือความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้ จากความสามารถในการช่วยลูกค้าบริหารความเสี่ยงท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ได้" นายคุโรกิ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ นายคุโรกิได้ชี้ให้เห็นความท้าทายของธุรกิจท่ามกลางการแข่งขันและความผันผวนของสถานการณ์ตลาดการเงินโลก โดยอ้างอิงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งระบุว่า มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตกว่า 60% ขณะที่ปริมาณธุรกรรมการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) เพื่อการนำเข้าส่งออกที่ทำผ่านธนาคารพาณิชย์กลับเติบโตขึ้นเพียง 5.7% จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบการทำธุรกรรม FX ของภาคธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Multi-Currency Trends อย่างชัดเจน โดยแนวโน้มการชำระเงินค่าสินค้านำเข้าและส่งออกด้วยสกุลเงินอื่น นอกเหนือจาก 3 สกุลเงินหลัก (ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และเยน) เติบโตอย่างก้าวกระโดด

จากแนวโน้มการทำธุรรรม FX ของภาคธุรกิจและภาครวมของตลาดการเงิน กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ได้กำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2026 โดยมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

  1. ยกระดับสู่ Digital FX อย่างเต็มรูปแบบ มุ่งพัฒนาและขยายขีดความสามารถในการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น FX ผ่านทางระบบออนไลน์ FX@Krungsri การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มของลูกค้าเข้ากับบริการ FX API ของธนาคาร รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินผ่าน Krungsri FX Line Official Account เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลตลาดและทำธุรกรรมได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. พัฒนาโซลูชันด้านธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและ Multi-Currency ขยายการให้บริการสกุลเงินใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เช่น เงินวอนเกาหลีใต้ (KRW) เงินดีร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) และเมื่อช่วงไตรมาส 4/2568 ธนาคารยังได้เปิดให้บริการเงินสกุลริยัลซาอุดิอาระเบีย (SAR) เพื่อรองรับการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยและตะวันออกกลางที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  3. พัฒนาโซลูชันเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงและการลงทุน มุ่งนำเสนอโซลูชันเพื่อการป้องกันความเสี่ยงที่สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้มากขึ้น นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่อมโยงกับศักยภาพของกลุ่ม MUFG พร้อมทั้งนำ AI และระบบ Automation มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานของ FX Dealer เพื่อยกระดับความรวดเร็ว ความแม่นยำ และคุณภาพการให้บริการ

ตลาดการเงินโลกและไทย

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า ตลาดการเงินโลกพยายามหันเหจุดสนใจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไปสู่แนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงเปราะบางตามกลยุทธ์การเจรจาและจะกระทบบรรยากาศการลงทุนอยู่เป็นระยะก็ตาม ทั้งนี้ เฟดภายใต้การนำของประธานเควิน วอร์ช ตั้งใจปฎิรูปการสื่อสารและลดการให้สัญญาณชี้นำล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย ในภาวะเช่นนี้ ราคาสินทรัพย์ต่างๆ จะมีแนวโน้มผันผวนสูงขึ้นเมื่อมีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ หรือในช่วงที่การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ใกล้เข้ามา ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงมีท่าทีระมัดระวัง แต่คาดว่าจะทยอยขึ้นดอกเบี้ยเพื่อพยุงค่าเงินเยนต่อไป

สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินบาทซึ่งอ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนยอดนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการบริหารความมั่นคงด้านพลังงาน ส่งผลให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้า มีปัจจัยประคองค่าเงินบาทอยู่บ้าง ได้แก่ ราคาน้ำมันตลาดโลกที่แม้ผันผวนสูงแต่ซื้อขายห่างจากจุดสูงสุดของรอบอยู่พอสมควร รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า ขณะที่ภาวะขาดดุลแฝดของไทยอาจบรรเทาลงแม้ต้องใช้เวลา โดยกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์มองว่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยและแกว่งตัวในกรอบ 32-34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 หากเฟดคงดอกเบี้ยตามสมมติฐานหลัก และดุลการค้าของไทยปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ ทิศทางเงินเฟ้อในสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อประมาณการค่าเงิน นอกจากนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะถูกตรึงไว้ที่ 1.00% ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า ตราบใดที่แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่าในบริบทที่เงินเฟ้อด้านต้นทุนสูงขึ้นเพียงชั่วคราว คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะให้น้ำหนักกับภาวะอุปสงค์ และเสถียรภาพภายในประเทศมากกว่าแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก