นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร "เคทีซี" กล่าวว่า "Digital Transformation สำหรับเคทีซี ไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่คือการปรับรูปแบบการดำเนินงานทั้งองค์กร โดยใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการทำงานของทุกหน่วยงาน และพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัว ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว และสร้างคุณค่าให้กับสมาชิกได้ดียิ่งขึ้น"
ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว เคทีซีขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ 1. Reach Better 2. Grow Healthier 3. Bond Tighter และ 4. Work Smarter ครอบคลุมตั้งแต่การขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางดิจิทัล การใช้ข้อมูลพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิก ตลอดจนการปรับกระบวนการทำงานภายในให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามรายงาน 56-1 One Report ประจำปี 2568
ภายใต้แนวทาง Reach Better เคทีซีพัฒนา e-Application เพื่อให้ลูกค้าสามารถสมัครผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการดิจิทัลแบบ End-to-End พร้อมนำแบบจำลองการประเมินเครดิตมาใช้สนับสนุนการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อช่วยขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทยังยกระดับแอป KTC Mobile ให้เป็นช่องทางหลักที่สมาชิกสามารถเข้าถึงข้อมูล ผลิตภัณฑ์ และบริการได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงต่อยอดการสื่อสารแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้สมาชิกได้รับข้อเสนอ และสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับความสนใจมากขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการสื่อสารแบบเดียวกันกับสมาชิกทุกคน
สำหรับ Grow Healthier เคทีซีมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพควบคู่กับความยั่งยืน โดยดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ เป็นธรรม และโปร่งใส ภายใต้กรอบการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์สมาชิกและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านการที่เคทีซีได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยเป็นบริษัทไทยเพียงรายเดียวในกลุ่มอุตสาหกรรม Diversified Financial Services and Capital Markets ที่ได้รับการคัดเลือก และมีผลการประเมินด้านความยั่งยืนอยู่ในกลุ่ม 15% แรกของอุตสาหกรรมตามเกณฑ์ของ S&P Global
ด้าน Bond Tighter เคทีซีให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องและความปลอดภัยของประสบการณ์สมาชิกในทุกช่องทาง ทั้ง KTC Mobile, LINE, Facebook เว็บไซต์ และ Contact Center พร้อมพัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องและตอบคำถามสมาชิกได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
ในด้านความปลอดภัย บริษัทนำเทคโนโลยีมาเสริมมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากธุรกรรม โดยยกระดับระบบติดตามและตรวจจับธุรกรรมที่มีความเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริต ควบคู่กับการพัฒนาบัตรเครดิตดิจิทัลที่ใช้ Dynamic CVV และบัตรแบบ Numberless Card ซึ่งช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลสำคัญบนหน้าบัตร และเพิ่มความมั่นใจในการใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัล
ส่วน Work Smarter บริษัทได้ปรับวิธีการทำงานภายในผ่านเครื่องมือดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อลดงานซ้ำซ้อน ลดระยะเวลาในการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้บุคลากรใช้เวลากับงานที่สร้างคุณค่าได้มากขึ้น บริษัทส่งเสริมแนวคิด Citizen Developers โดยเปิดให้พนักงานมีส่วนร่วมพัฒนาเครื่องมือด้วยเทคโนโลยี Low-Code พร้อมจัดตั้ง Fusion Team ที่นำความเชี่ยวชาญจากฝ่ายธุรกิจและเทคโนโลยีมาทำงานร่วมกัน รวมถึงศึกษาการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในกระบวนการที่เหมาะสม
นางพิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า "เทคโนโลยีจะสร้างคุณค่าได้ ก็ต่อเมื่อช่วยให้องค์กรทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับสมาชิก ดังนั้น การลงทุนด้านดิจิทัลของเคทีซีจึงไม่ใช่การลงทุนเพื่อผลลัพธ์ระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานให้องค์กรมีความคล่องตัว บริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว"