สธ.-ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ-มูลนิธินมแม่ฯ-สสส. "ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด" มุ่งยกระดับคลินิก ANC ทั่วประเทศ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประกาศขับเคลื่อนแนวทางเวชปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด โดยเตรียมนำไปใช้ในคลินิกฝากครรภ์ (ANC) ทุกระดับทั่วประเทศ เพื่อให้การประเมินและให้คำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลหญิงตั้งครรภ์ตามมาตรฐาน ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

Monday 3 August 2026 17:38
สธ.-ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ-มูลนิธินมแม่ฯ-สสส. "ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด" มุ่งยกระดับคลินิก ANC ทั่วประเทศ

ทางด้าน ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์พัญญู พันธ์บูรณะ ประธานอนุกรรมการอนามัยแม่และเด็ก ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวทางเวชปฏิบัตินี้อ้างอิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ระดับโลก (ACOG และ WHO) ซึ่งแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดที่ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์มีกิจกรรมทางกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็วหรือปั่นจักรยานอยู่กับที่ เพื่อลดความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษความดันโลหิตสูง เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ รวมถึงการประเมินความปลอดภัยตามหลักการ FITT ข้อห้ามเด็ดขาดและสัญญาณเตือนภัยที่ต้องหยุดออกกำลังกายทันที คำแนะนำการยกของหนักตามช่วงอายุครรภ์ เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องในสถานพยาบาลทั่วประเทศ

ขณะที่ แพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลักฐานทางการแพทย์ ชี้ให้เห็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังรกทำให้ทารกได้รับออกซิเจนเต็มที่ ซึ่งผลวิจัยพบว่าการออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที หรือระดับปานกลางไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณหรือคุณภาพน้ำนมแม่ แต่ช่วยลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ส่งเสริมการหลั่งน้ำนม และมีข้อมูลวิจัยที่พบว่าทารกของมารดาที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอมีแนวโน้มพัฒนาการทางสมองที่ดีขึ้น พร้อมย้ำแนวคิด "คุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด ยิ่งขยับ ยิ่งส่งผลดีต่อทั้งแม่และลูก" เพื่อสร้างครอบครัวสุขภาวะที่ยั่งยืน

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ย้ำถึงภารกิจสำคัญของกรมอนามัย ในการสร้างรากฐานสุขภาพของประชากรไทยตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ซึ่งอุปสรรคสำคัญคือความเชื่อที่ว่าหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้หลายคนมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบเมตาบอลิซึม เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และการควบคุมน้ำหนัก ที่ไม่เหมาะสม รวมถึงส่งผลต่อเนื่องไปยังทารกในครรภ์ จึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจให้กับบุคลากรสาธารณสุขและประชาชน ว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์สามารถออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัย โดยกรมอนามัยได้วางแผนขับเคลื่อน 3 ด้าน ได้แก่ 1) พัฒนาศักยภาพแพทย์ พยาบาล และบุคลากรในคลินิกฝากครรภ์ให้สามารถประเมิน คัดกรองความเสี่ยง และให้คำแนะนำการออกกำลังกายเฉพาะบุคคลอย่างถูกต้องและปลอดภัย 2) ปรับระบบบริการในคลินิกฝากครรภ์ ให้มีการติดตามกิจกรรมทางกายในทุกครั้งที่มาฝากครรภ์ และ 3) จัดทำสื่อความรู้ คลิปสาธิต และคู่มือสำหรับหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด เพื่อนำไปปฏิบัติที่บ้าน

ด้าน คุณนิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. พร้อมสนับสนุนการสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย และการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสุขภาพ เพื่อขยายผลแนวทางเวชปฏิบัตินี้สู่การปฏิบัติจริงในระดับชุมชนและสังคมไทยอย่างกว้างขวาง