ภายในงาน The Heartbeat by "AminoScience" ผู้บริหารผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาสินค้าของอายิโนะโมะโต๊ะได้ร่วมแบ่งปันแนวคิด มุมมอง ที่สะท้อนให้เห็นว่า ทุกนวัตกรรมไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า "จะผลิตอะไร" แต่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจผู้บริโภคก่อนเสมอ ทั้งความต้องการ "กินดี" คือการได้รับอาหารที่มีคุณค่า และ "มีสุข" คือการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค โดยแต่ละท่านได้สะท้อนบทบาทของ "AminoScience" หรือองค์ความรู้ด้านกรดอะมิโนที่อายิโนะโมะโต๊ะสั่งสมและต่อยอดมากว่า 100 ปี เพื่อพัฒนานวัตกรรมอาหารและโซลูชันที่ตอบโจทย์ผู้คนในทุกช่วงชีวิต
พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงและนำไปใช้ได้จริง
คุณวันนเรศวร์ สุขีลักษณ์ ผู้จัดการหน่วยงาน Nutrition and Well-being บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองต่อการดูแลสุขภาพอย่างชัดเจน จากเดิมที่ดูแลเมื่อเจ็บป่วย มาเป็นการดูแลสุขภาพผ่านการตัดสินใจเล็ก ๆ ในทุกวัน ปัจจุบัน ตลาด Health & Wellness ของประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 1.5 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 8% ของ GDP สะท้อนว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพในฐานะส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว และมองหาทางเลือกที่ช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมด
จึงเป็นที่มาที่อายิโนะโมะโต๊ะเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Nutrition and Well-being ที่ไม่ได้มุ่งเพียงคุณค่าทางโภชนาการ แต่ต้องช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละคน ผ่านการต่อยอดองค์ความรู้ด้าน "AminoScience" ให้เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละช่วงชีวิต ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้รักสุขภาพและการออกกำลังกายอย่าง aminoVITAL ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับอย่าง AminoNITE และสินค้าที่ต่อยอดจาดความเชี่ยวชาญด้านกรดอะมิโนอีกมากมาย ไปจนถึงอาหารพร้อมรับประทานอย่าง Quick Meal และ UMAI ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงมื้ออาหารที่มีคุณภาพได้ แม้ในวันที่มีเวลาจำกัด ทั้งหมดสะท้อนแนวคิดเดียวกัน คือการทำให้ "การกินดี" เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงในทุกช่วงวัยและทุกไลฟ์สไตล์ โดยมองว่า Well-being ไม่ใช่ปลายทาง แต่คือการตัดสินใจเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน และอาหารคือหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด
ทุกนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เริ่มต้นจากการเข้าใจ Consumer Moment
คุณพนิดา เนื่องรักษา ผู้จัดการหน่วยงาน Household Business บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า วันนี้นักการตลาดไม่สามารถใช้แนวคิด One Size Fits All ได้อีกต่อไป เพราะผู้บริโภคแต่ละคนมีวิถีชีวิตและความต้องการที่แตกต่างกัน โดยข้อมูลจาก Euromonitor International ปี 2026 พบว่า เกือบ 40% ของคนไทยต้องการทำอาหารรับประทานเอง แต่มีข้อจำกัดด้านเวลา สะท้อนว่า ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ต้องการทางเลือกที่ช่วยให้สามารถทำอาหารได้ง่ายขึ้น โดยไม่ลดทอนทั้งรสชาติและคุณภาพ
"Well-being ของแต่ละคนไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ละคนก็มีรูปแบบที่ดีในแบบของตัวเอง สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การสร้างสินค้าชิ้นเดียวให้ตอบโจทย์ทุกคน แต่คือการเข้าใจว่าผู้บริโภคกำลังใช้ชีวิตอย่างไร และต้องการอะไรในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต สำหรับเรา Consumer Insight จึงไม่ใช่แค่ข้อมูลในรายงานวิจัย แต่คือจุดเริ่มต้นของทุกนวัตกรรม"
คุณพนิดากล่าวต่อว่า แนวคิดดังกล่าวทำให้อายิโนะโมะโต๊ะนำ Consumer Moment มาเป็นหัวใจของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมี "AminoScience" เป็นเบื้องหลังของการคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยเปลี่ยนความเข้าใจผู้บริโภคให้เป็นผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ รสดี ที่จากเดิมเป็นภาพจำผงปรุงรสซองเขียวในครัวเรือนให้มีทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งรสดีเมนู ซุปก้อน ช่วยให้การทำอาหารสะดวกมากยิ่งขึ้น หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Birdy ที่มีหลายรูปแบบและหลายรสชาติ เกิดเป็นการกินดีอย่างมีสุขที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา
จากผู้ผลิตเครื่องปรุง...สู่พันธมิตรที่เติบโตไปพร้อมร้านอาหารไทย
นอกจากผู้บริโภคในครัวเรือนแล้ว อายิโนะโมะโต๊ะยังให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งเป็นผู้ส่งต่อประสบการณ์ "กินดี มีสุข" สู่ผู้บริโภคในทุกวัน คุณพิมพ์สร เลิศอุตสาหกูล ผู้จัดการหน่วยงาน Food Vendor Business บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า ประเทศไทยมีร้านอาหารกว่า 700,000-1,000,000 ร้าน และกว่าร้อยละ 90 เป็นร้านอาหารขนาดเล็กและสตรีทฟู้ด ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอาหารไทย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านต้นทุน การบริหารแรงงาน การรักษามาตรฐานรสชาติ และข้อจำกัดด้านเวลาในการเตรียมอาหาร
"เมื่อเห็นความท้าทายของผู้ประกอบการจากการลงพื้นที่จริง เราจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า อายิโนะโมะโต๊ะจะสนับสนุนร้านอาหารได้มากกว่าการเป็นผู้ผลิตเครื่องปรุงรสอย่างไร" จากการลงพื้นที่พูดคุยกับร้านอาหารทั่วประเทศ บริษัทพบว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเผชิญความท้าทายในการรักษามาตรฐานรสชาติ ควบคุมต้นทุน และลดเวลาในการเตรียมอาหาร จึงเป็นที่มาของแนวคิด "อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน" ที่มุ่งพัฒนาโซลูชันจากปัญหาจริงของร้านอาหาร ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด เช่น ร้านอาหารอีสานที่มีเมนูคอหมูย่างเป็นเมนูขายดี ต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิดในการหมัก ใช้เวลานาน และต้องอาศัยพ่อครัวคนเดิมเพื่อให้รสชาติคงที่ ขณะที่ร้านข้าวแกงหลายแห่งสะท้อนว่าการทำเมนูพะโล้ต้องใช้เครื่องเทศหลากหลายชนิดและใช้เวลาเคี่ยวนานหลายชั่วโมง ส่งผลต่อการบริหารพื้นที่และเวลาในการเตรียมเมนูอื่น จึงเป็นที่มาของ "อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน หมักย่าง" และ "อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน พะโล้" ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเตรียมอาหาร พร้อมคงความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการสามารถปรุงต่อเพื่อสร้างรสชาติเอกลักษณ์ของร้านได้
"สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า ร้านอาหารไม่ได้ต้องการเพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ต้องการโซลูชันที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน รักษามาตรฐาน และเพิ่มเวลาให้เจ้าของร้านได้โฟกัสกับลูกค้าและการสร้างเอกลักษณ์ของร้าน" คุณพิมพ์สรกล่าว
แม้ทั้งสามธุรกิจจะดูแลผู้บริโภคคนละกลุ่ม แต่สิ่งที่เชื่อมโยงทุกธุรกิจเข้าด้วยกัน คือองค์ความรู้ด้านกรดอะมิโน "AminoScience" เพราะสำหรับอายิโนะโมะโต๊ะ การสร้างนวัตกรรมไม่ใช่การเริ่มต้นจากคำถามว่า "จะผลิตอะไร" แต่เริ่มต้นจากคำถามว่า "ผู้คนต้องการอะไร" และใช้ "AminoScience" เปลี่ยนความเข้าใจนั้นให้เป็นผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ทำการกินดีมีสุขเกิดขึ้นได้จริงในทุกวัน