- อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน ก.ค. 69 อยู่ที่ 1.95% ลดลงจากเดือนก่อนที่ 2.42% โดยราคาพลังงานในตลาดโลกทรงตัวสูงเทียบจากระดับเดิมเมื่อปีก่อน ทั้งยังผันผวนสูงจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.34% เร่งจาก 1.23% เมื่อเดือนก่อน
- Krungthai COMPASS ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วงที่เหลือของปี 69 มีแนวโน้มสูงกว่าค่ากลางกรอบเป้าหมายที่ 2% โดยมีประเด็นต้องติดตาม 2 ด้าน ได้แก่ (1) ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและผันผวนจะกดดันราคาพลังงานโลกให้ทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง และ (2) ผู้ประกอบการมีแนวโน้มทยอยปรับราคาสินค้าในกลุ่มเงินเฟ้อพื้นฐานตามต้นทุนที่ขยับขึ้น ซึ่งต้องติดตามแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วไปให้ค้างอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด ท่ามกลางความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบผลผลิตสินค้าเกษตรในช่วงปลายปี 69
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.ค. 69 อยู่ที่ 1.95% ลดลงจาก 2.42% ในเดือนก่อน และต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 2.55%1 โดยราคาพลังงานในตลาดโลกยังทรงตัวในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา และผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอน ระดับราคาพลังงานในประเทศยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน อาทิ ราคาขายปลีกดีเซลอยู่ที่ 35.94 (ก.ค. 69) สูงกว่าเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา ที่ 31.94 บาท/ลิตร ทำให้เงินเฟ้อหมวดพลังงานยังปรับเพิ่มขึ้น 12.43% ส่วนหมวดซึ่งราคาปรับลดลง ได้แก่ หมวดเนื้อสัตว์ เป็ดไก่และสัตว์น้ำ ลดลง 2.14%
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบกับเดือนก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.73%MoM จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับลดลง อาทิ ราคาน้ำมันดีเซล (-8.47%MoM) ส่งผลให้หมวดพลังงานลดลง 6.45% ตามทิศทางราคาพลังงานโลกที่ปรับลงชั่วคราวก่อนเหตุการณ์ความขัดแย้งยกระดับในช่วงครึ่งหลังของ เดือน ก.ค. 69
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 1.34% เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 1.23% จากหมวดอาหารสำเร็จรูปที่ปรับสูงขึ้น 3.25% หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบรายเดือน พบว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.08%MoM
Implication :
- Krungthai COMPASS ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยสูงกว่าค่ากลางของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ในช่วงที่เหลือของปี 69 โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามดังนี้
1) สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและผันผวนสูงทำให้ราคาพลังงานโลกมีแนวโน้มทรงตัวสูงต่อเนื่อง ล่าสุดราคาน้ำมันดิบดูไบขยับจาก 68 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล (ก่อนการโจมตีของกลุ่มฮูตี) เป็น 76 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ณ 4 ส.ค. 69 ตามความขัดแย้งที่ยกระดับความรุนแรงและขยายวงกว้างจากช่องแคบฮอร์มุซสู่การโจมตีเรือสินค้าบริเวณช่องแคบบับ-เอล-มันเดบ กระทบการขนส่งน้ำมันและสินค้า อีกทั้ง อุปสงค์จากการเติมคลังน้ำมันสำรองช่วงครึ่งหลังของปี 69 เพื่อทดแทนส่วนที่ใช้ไปแล้ว รวมถึงการนำเข้าน้ำมันของจีนที่อาจฟื้นกลับมา ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก กระทบค่าครองชีพและเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ในระยะข้างหน้า
2) แรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มส่งผ่านไปยังหลายหมวดในตะกร้าเงินเฟ้อพื้นฐานชัดเจนขึ้น แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับลงจากด้านอุปทานพลังงาน2 แต่ตัวเลขล่าสุดในเดือน ก.ค. 69 ชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานหลายหมวดปรับขึ้นสูงกว่าเดือน เม.ย. 69 (ช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งรุนแรง) จากการส่งผ่านต้นทุนพลังงานสู่สินค้าในชีวิตประจำวันมากขึ้น อาทิ หมวดอาหารสำเร็จรูป หมวดข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์ หมวดของใช้ส่วนบุคคล3
3) มองแนวโน้มราคาสินค้าที่ขยับขึ้นในกลุ่มเงินเฟ้อพื้นฐาน4 จะกระทบทิศทางเงินเฟ้อระยะข้างหน้า เนื่องจากการทยอยปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่องจะส่งผลต่อการคงค้างของราคาสินค้าอย่างมีนัย อัตราเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มค้างอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 66-68 ที่ 0.5% ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเอลนีโญและภัยแล้งช่วงปลายปีนี้ ซึ่งกระทบผลผลิตเกษตรและกดดันราคากลุ่มอาหารสดให้ปรับสูงขึ้น ประเมินว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วงที่เหลือของปี 69 จะสูงกว่าค่ากลางของกรอบเป้าหมายที่ 2%