โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข ปลดล็อกความเชื่อ! แม่ในช่วง "ตั้งท้อง-ให้นมลูก" เสี่ยงกระดูกพรุนจริงหรือไม่ พร้อมชวนคุณแม่วัยเก๋าตรวจมวลกระดูกเชิงป้องกัน

ท่ามกลางความสุขจากการตั้งท้อง หนึ่งในความกังวลลึก ๆ ของคุณแม่ที่ถูกส่งต่อมาเรื่อย ๆ คือ จริงหรือไม่? ที่ลูกอาจดึงแคลเซียมจากคุณแม่ไป จนทำให้เสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน ต้อนรับเทศกาล "วันแม่แห่งชาติ" ในเดือนสิงหาคมนี้ เราพาไปเจาะลึกข้อเท็จจริงผ่านมุมมองของ นพ.ธีรภัทร ธุถาวร ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านกระดูกพรุน โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข เพื่อให้คุณแม่มือใหม่ได้คลายกังวล พร้อมแนะวิธีปกป้องกระดูกของคุณแม่ทุกวัยอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นของขวัญวันแม่ที่มีความหมายกว่าปีไหน ๆ

Monday 10 August 2026 12:00
โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข ปลดล็อกความเชื่อ! แม่ในช่วง "ตั้งท้อง-ให้นมลูก" เสี่ยงกระดูกพรุนจริงหรือไม่ พร้อมชวนคุณแม่วัยเก๋าตรวจมวลกระดูกเชิงป้องกัน

เคลียร์ความเชื่อมวลกระดูกลดลง คือ "กลไกธรรมชาติ" ที่ฟื้นฟูได้

เพราะคุณแม่หลายท่านมักได้ยินมาว่า "ลูกจะดึงแคลเซียมเราไปตอนตั้งท้องและให้นม ทำให้กระดูกของแม่ไม่แข็งแรง" ซึ่งความเข้าใจนี้ไม่เป็นความจริงทั้งหมด ความจริงคือแคลเซียมลดลงเพียงชั่วคราวในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3 มวลกระดูกของคุณแม่จะลดลง 3 - 5% และช่วงให้นมบุตรอาจลดลงอีกประมาณ 3 - 10% เพราะร่างกายต้องนำแคลเซียมไปสร้างกระดูกและผลิตน้ำนมให้ลูก โดยเน้นย้ำว่าเป็นเพียง 'การลดลงชั่วคราว' เท่านั้น

ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ร่างกายจะปรับกลไกให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้มากขึ้นถึง 2 เท่าโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปส่งต่อให้ลูกน้อย ซึ่งหากได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ ร่างกายจะยืมแคลเซียมสำรองจากกระดูกของคุณแม่มาใช้ชั่วคราว โดยทั่วไปมวลกระดูกจะค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับคืนสู่ระดับใกล้เคียงหรือเทียบเท่าช่วงก่อนตั้งครรภ์ ภายในประมาณ 12 เดือนหลังหยุดให้นม

ดูแลอย่างไร? ไม่ให้มวลกระดูกของคุณแม่ลดลงมากเกินไป

หากคุณแม่ท่านไหนวางแผนตั้งครรภ์ ควรเริ่มวางแผนดูแลสุขภาพกระดูกตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ตั้งแต่ระยะก่อนตั้งครรภ์ ไปจนถึงหลังคลอด เพื่อให้แน่ใจว่ามวลกระดูกจะไม่ลดลงมากเกินไป

  1. เน้นโภชนาการ เสริมแคลเซียมและวิตามินดี:ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงให้เพียงพอ เช่น นมและผลิตภัณฑ์จากนม, ปลาเล็กปลาน้อย, เต้าหู้ และผักใบเขียวเข้ม พร้อมรับวิตามินดีจากอาหารและแสงแดดอย่างเหมาะสม หากมีปัจจัยเสี่ยงต่อการขาดวิตามินดี ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจและการเสริมวิตามินดี
  2. การออกกำลังกายที่เหมาะสม:เพื่อกระตุ้นการสร้างความหนาแน่นของมวลกระดูก โดยสามารถแบ่งประเภทการออกกำลังเป็นกิจกรรมแบบลงน้ำหนัก เช่น เดิน และกิจกรรมออกกำลังกายแบบอื่น ๆ ที่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ เช่น ปั่นจักรยานเบา ๆ อยู่กับที่ หรือเล่นโยคะที่ปรับท่าทางให้เหมาะสม รวมถึงเพิ่มการฝึกกล้ามเนื้อภายใต้คำแนะนำที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ
  3. กรณีตรวจพบกระดูกพรุนหรือหักขณะให้นม:แนวทางการรักษาจะปรับตามความเหมาะสมของคนไข้แต่ละราย เช่น แนะนำให้หยุดให้นมบุตร (หรือลดระยะเวลาให้สั้น โดยตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ที่ดูแลโรคกระดูกพรุน), เสริมแคลเซียมเฉพาะผู้ที่รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ, เสริมวิตามินดี และพิจารณาให้ยารักษาโรคกระดูกพรุนตามความเหมาะสมของคุณแม่แต่ละท่าน

เพราะภาวะกระดูกพรุนรุนแรงนำไปสู่กระดูกร้าว (Fracture) หรือกระดูกหักได้ง่าย การสังเกตตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง ได้แก่

  • เคยกระดูกหักจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง
  • ดัชนีมวลกาย (BMI)น้อยกว่า 20 กิโลกรัม ต่อ ตารางเมตร
  • สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์หนัก
  • มีภาวะขาดวิตามินดี
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
  • ได้รับยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง

สัญญาณเตือนภัย (Red Flags) ที่ต้องพบแพทย์ทันที

  • ปวดหลังอย่างรุนแรงหรือปวดเรื้อรัง พักแล้วไม่ดีขึ้น
  • ปวดหลังแบบเฉียบพลัน และรุนแรงขึ้นทันที
  • ส่วนสูงลดลงเร็ว(มากกว่า 2 ซม. ใน 1 ปี หรือมากกว่า 4 ซม. เมื่อเทียบกับส่วนสูงจากช่วงที่สูงที่สุด)
  • หลังค่อม หรือมีจุดกดเจ็บชัดเจนบริเวณแกนกลางกระดูกสันหลัง

ส่งต่อความรักวันแม่ พา "คุณแม่สูงวัย" ตรวจมวลกระดูกเชิงป้องกัน

คุณแม่มือใหม่สบายใจได้! กระดูกพรุนจากการตั้งท้องและให้นมลูก เป็นภาวะที่พบได้ยาก ดังนั้นจึงยังไม่แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมทุกคนตรวจวัดมวลกระดูกเป็นมาตรฐาน แต่สำหรับ "คุณแม่หรือผู้หญิงสูงวัย" อายุ 65 ปีขึ้นไป สถานการณ์กลับต่างออกไปและน่าเป็นห่วงกว่า เพราะเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ร่างกายจะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยปกป้องกระดูก เกิดการสูญเสียมวลกระดูกอย่างรวดเร็วโดยไม่อาจฟื้นฟูกลับมาได้เอง ดังเช่นช่วงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โรคกระดูกพรุน จึงเป็น "ภัยเงียบ" ที่ไม่มีอาการเตือนใด ๆ จนกว่าจะล้มแล้วกระดูกสะโพกหรือกระดูกสันหลังหักหรือร้าว จนอาจจะเดินแทบไม่ไหว ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง

การป้องกันและตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ดีกว่ารอให้กระดูกหักแล้วค่อยรักษา โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข มีความพร้อมในการดูแลสุขภาพกระดูกอย่างครบวงจร ด้วยทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ แพทย์ออร์โธปิดิกส์เฉพาะทาง ทีมกายภาพบำบัด และนักเวชศาสตร์การกีฬา อยากชวนเชิญลูก ๆ แสดงความรักด้วยการพาคุณแม่สูงวัยไปตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกด้วยวิธี Dual Energy X-ray Absorptiometry (DXA) ที่มีความแม่นยำสูง ช่วยให้วางแผนป้องกันหรือรักษาได้ทันก่อนเกิดปัญหา เพื่อคุณแม่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกช่วงวัย ซึ่งถือเป็นของขวัญในวันแม่ที่มีคุณค่ายิ่ง

ต้อนรับเทศกาลวันแม่ในปีนี้ โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข จัดเต็ม! แพ็กเกจตรวจความหนาแน่นมวลกระดูกในราคา 2,650 บาท จากราคาเต็ม 3,795 บาท ระยะเวลาตั้งแต่ 1 ส.ค. - 31 ธ.ค. 2569 โดยสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้รับบริการรายใหม่ที่ไม่มีประวัติการรักษากับโรงพยาบาลมาก่อน เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาข้อมูลแพ็กเกจเพิ่มเติมได้ที่ https://kdmshospital.com/package/package-check-up/