นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อัลไล (ALLY) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 กองทรัสต์ มีรายได้รวม 390.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 150.8 ล้านบาท ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกมีรายได้รวม 773.0 ล้านบาท และกำไรจากการลงทุนสุทธิ 309.5 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการรักษาเสถียรภาพของผลการดำเนินงานท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงิน โดยลดอัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์รวม (Gearing Ratio) ลงมาอยู่ที่ 25% จาก 27% ในปีก่อน เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินเพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต
ด้านอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ระดับ 89.8% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากพื้นที่ว่างเชิงกลยุทธ์ (Planned Vacancy) ของโครงการที่อยู่ระหว่างเข้าแผนปรับปรุงพื้นที่ (Renovation Program) ได้แก่ CDC, แฮปปี้ อเวนิว ดอนเมือง และอมอรินี่ รามอินทรา ซึ่งคาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการอีกครั้งหลังการปรับปรุงแล้วเสร็จ และช่วยผลักดันอัตราการเช่าให้กลับสู่ระดับเป้าหมาย ขณะที่อัตราค่าเช่าเฉลี่ย (ARR) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 588 บาทต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้น 1.2% (QoQ) และ 0.1% (YoY) สะท้อนผลสำเร็จของการบริหาร Tenant Mix เชิงรุก เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เช่าและเพิ่มมูลค่าให้กับพอร์ตทรัพย์สิน
ปัจจุบัน ALLY ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในฐานะ Lifestyle REIT ด้วยพอร์ตผู้เช่าที่หลากหลายและตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน โดยกลุ่ม F&B ยังคงเป็นหมวดธุรกิจหลักที่สร้างรายได้สูงสุดคิดเป็น 21.2% ของรายได้ตามหมวดหมู่ พร้อมเสริมผู้เช่ากลุ่มบริการสุขภาพและความงามอย่างต่อเนื่อง อาทิ Le'Gram Clinic และ Heavenly Spa โดยมุ่งเน้นผู้เช่าที่ในกลุ่ม Necessity และ Lifestyle ที่ผู้บริโภคต้องเดินทางมาใช้บริการจริง ช่วยลดผลกระทบจากการเติบโตของ E-commerce ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเดินหน้าบริหารสินทรัพย์เชิงรุก (Active Asset Management) ผ่านการปรับ Tenant Mix การพัฒนาพื้นที่ และการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้บริการ
นอกจากนี้ ALLY ยังเดินหน้าสร้างความคึกคักให้กับทุกโครงการผ่านกลยุทธ์ Active Lifestyle Management ในไตรมาส 2/2569 จัดกิจกรรมและอีเวนต์รวม 60 งาน เพิ่มขึ้นจาก 40 งานในไตรมาสก่อนหน้า ครอบคลุมกลุ่มครอบครัวนักเรียน สินค้าแบรนด์ และเทศกาลสำคัญ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ช่วยกระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายและสนับสนุนยอดขายของผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนผู้เข้าใช้บริการเฉลี่ยกว่า 65,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 23.3% (QoQ) และมีปริมาณรถยนต์เข้าโครงการเฉลี่ย 40,000 คันต่อวัน
จากความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากทรัพย์สินคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ กองทรัสต์ประกาศจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 ที่อัตรา 0.1100 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Yield) ที่ระดับ 9.2% จากราคาตลาด ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นในการรักษาระดับการจ่ายประโยชน์ตอบแทนที่มั่นคงและต่อเนื่องแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 21 ส.ค. 2569 และกำหนดจ่ายประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 18 ก.ย. 2569
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง ALLY เตรียมเข้าลงทุนในทรัพย์สินใหม่จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 1,515 ล้านบาท ได้แก่ Charn แจ้งวัฒนะ โครงการไลฟ์สไตล์มอลล์บนทำเลศักยภาพที่รองรับการเติบโตของเมือง สายไหม อเวนิว ศูนย์การค้าชุมชนที่มีฐานลูกค้าประจำแข็งแกร่ง และ The Zone ทาวน์อินทาวน์ ไลฟ์สไตล์มอลล์บนทำเลที่มีกำลังซื้อและการใช้ชีวิตคึกคัก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของพอร์ต เพิ่มศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสด และต่อยอดการเติบโตของผลตอบแทนในระยะยาว พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Rebrand, Renovate and Reignite เพื่อยกระดับคุณภาพทรัพย์สิน ปรับโฉมพื้นที่และพอร์ตผู้เช่าให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มจากการบริหารสินทรัพย์เชิงรุก
นายกวินทร์ กล่าว "ALLY ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรักษาผลการดำเนินงานในระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพบนทำเลที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการยกระดับทรัพย์สินเดิมให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยจุดแข็งด้านการบริหารพอร์ตเชิงรุก ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการลงทุนในศูนย์การค้าชุมชนที่ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ เรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่พอร์ตการลงทุน และส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงและต่อเนื่องแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว"