กรมอนามัย ชวนพ่อแม่ดูแลใจลูก หลังรับรู้ข่าวสะเทือนใจ ย้ำ "ฟังลูก อยู่ข้างลูก และพากลับสู่ความรู้สึกปลอดภัย"

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากกรณีเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นช่วงนี้ สามารถส่งผลกระทบ และสร้างความสะเทือนใจ โดยเฉพาะในสถานศึกษา ซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน กระทรวงสาธารณสุขมีความห่วงใยเด็กวัยเรียน รวมถึงครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงให้ความสำคัญกับการประเมินภาวะความเครียด ความวิตกกังวล และปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นหลังเผชิญหรือรับรู้เหตุการณ์รุนแรง เพราะการรับรู้ข่าวสาร ภาพ หรือข้อความผ่านสื่อและสังคมออนไลน์ อาจทำให้เด็กเกิดความกังวลหรือมีคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง

Thursday 13 August 2026 08:36
กรมอนามัย ชวนพ่อแม่ดูแลใจลูก หลังรับรู้ข่าวสะเทือนใจ ย้ำ "ฟังลูก อยู่ข้างลูก และพากลับสู่ความรู้สึกปลอดภัย"

"สิ่งสำคัญในช่วงนี้ คือทำให้เด็กรู้ว่า เขาไม่ได้เผชิญความรู้สึกเหล่านี้เพียงลำพัง มีผู้ใหญ่ที่พร้อมรับฟัง และขณะนี้มีผู้เกี่ยวข้องกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองและโรงเรียนจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นที่ที่เด็กสามารถพูดคุยและแสดงความรู้สึกได้อย่างสบายใจ" ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าว

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า พ่อแม่ผู้ปกครองจึงมีความสำคัญในการเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก แนะนำสร้างความเข้าใจเพื่อให้เด็กสามารถปรับตัวได้ กรมอนามัยขอแนะนำ 7 ข้อ ดังนี้ 1) ฟังก่อน อย่ารีบสอน เปิดโอกาสให้เด็กถามและเล่าความรู้สึก โดยไม่คาดคั้นหรือบังคับ ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องมีคำตอบให้ทุกเรื่อง แต่การรับฟังอย่างตั้งใจจะช่วยให้เด็กรู้ว่ามีคนพร้อมอยู่ข้าง 2) พูดความจริง แต่เลือกคำให้เหมาะกับวัย ไม่ควรโกหกหรือพูดว่า "ไม่มีอะไรหรอก" แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดที่รุนแรงหรือเกินกว่าที่เด็กจำเป็นต้องรู้ สามารถใช้คำง่าย ๆ เช่น "เกิดเหตุรุนแรงขึ้น และเจ้าหน้าที่กำลังดูแลสถานการณ์อยู่" 3) ย้ำกับเด็กว่า "ตอนนี้หนูปลอดภัย" เด็กอาจเข้าใจว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือครอบครัว ผู้ใหญ่ควรช่วยอธิบายสถานการณ์และให้ข้อมูลที่ทำให้เด็กเข้าใจว่าใครกำลังดูแลความปลอดภัย พร้อมสร้างความมั่นใจว่าเมื่อเกิดเหตุมีผู้ใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ

"4) อย่าให้เด็กเสพข่าวซ้ำ ๆ โดยเฉพาะภาพหรือคลิปความรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงภาพผู้บาดเจ็บ ภาพเหตุการณ์ หรือข้อความที่น่ากลัว หากเด็กต้องการติดตามข่าว ผู้ปกครองควรช่วยคัดกรองข้อมูลและรับชมไปพร้อมกัน 5) อย่าบังคับให้เด็ก "เข้มแข็ง" หรือรีบหยุดกลัว หลีกเลี่ยงคำพูด เช่น "อย่ากลัว" "คิดมากไปเอง" หรือ "เรื่องมันผ่านไปแล้ว" แต่ควรสะท้อนความรู้สึกและให้ความมั่นใจ เช่น "กลัวได้ บอกได้ พ่อแม่อยู่ตรงนี้" หรือ "คนที่เจอเรื่องน่ากลัวจะรู้สึกแบบนี้ได้ ถ้ากังวลมาคุยกับเราได้เสมอ" 6) รักษากิจวัตรประจำวันให้ใกล้เคียงปกติ ทั้งการกินอาหาร การนอน การเรียน การเล่น และการทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว เพราะกิจวัตรที่คุ้นเคยจะช่วยให้เด็กรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น และ 7) สังเกตการเปลี่ยนแปลงของเด็กอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าเด็กมีอาการกลัวมากผิดปกติ เก็บตัว นอนไม่หลับ ฝันร้าย ร้องไห้บ่อย ก้าวร้าว ไม่อยากไปโรงเรียน หรือยังหมกมุ่นกับเหตุการณ์จนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรพูดคุยและขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต พร้อมทั้ง ช่วยให้เด็กเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกว่าตนเองปลอดภัย และมีผู้ใหญ่ที่พร้อมรับฟังและอยู่เคียงข้างเสมอ" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

กรมอนามัย ชวนพ่อแม่ดูแลใจลูก หลังรับรู้ข่าวสะเทือนใจ ย้ำ "ฟังลูก อยู่ข้างลูก และพากลับสู่ความรู้สึกปลอดภัย"
กรมอนามัย ชวนพ่อแม่ดูแลใจลูก หลังรับรู้ข่าวสะเทือนใจ ย้ำ "ฟังลูก อยู่ข้างลูก และพากลับสู่ความรู้สึกปลอดภัย"
กรมอนามัย ชวนพ่อแม่ดูแลใจลูก หลังรับรู้ข่าวสะเทือนใจ ย้ำ "ฟังลูก อยู่ข้างลูก และพากลับสู่ความรู้สึกปลอดภัย"