Q2/2569 กำไรโต 12.5% ปริมาณขายขยาย-มาร์จิ้นแตะ 28.3%กำไรสุทธิ 226.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% QoQ จาก 201.07 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน- รายได้จากการขาย 1,094.95 ล้านบาท ลดลง 5.4% QoQ จาก 1,157.88 ล้านบาท- ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 4.1% จากความต้องการต่อเนื่องของลูกค้าหลักในสหรัฐอเมริกา เอเชีย และตลาดในประเทศ- กำไรขั้นต้น 309.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% QoQ จาก 305.68 ล้านบาท- อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 28.3% จาก 26.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน- ต้นทุนวัตถุดิบเบิกใช้ลดลงประมาณ 7% ขณะที่เงินบาทแข็งค่าประมาณ 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แม้รายได้จากการขายลดลงจากผลของราคาเหล็กและค่าเงินบาทที่แข็งค่า แต่การเติบโตของปริมาณขาย การบริหาร Product Mix และการขายในตลาดที่บริษัทสามารถรักษาระดับราคาได้ ช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของ SMPC ให้แข็งแกร่งขึ้น
ครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 18% แตะ 397 ลบ. ปริมาณขายโตต่อเนื่องสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 SMPC มีกำไรสุทธิ 397.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.51 ล้านบาท หรือ 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 336.98 ล้านบาท
รายได้จากการขายอยู่ที่ 2,148.26 ล้านบาท ลดลง 1.7% จาก 2,184.39 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 5.9% จากความต้องการของลูกค้าหลักในทวีปอเมริกาเหนือ รวมถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากตลาดเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้
ด้านความสามารถในการทำกำไร บริษัทมีกำไรขั้นต้นงวดครึ่งปีแรก 548.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% จาก 497.77 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 25.5% จาก 22.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ดีมานด์โลกหนุนความสามารถทำกำไรแข็งแกร่งSMPC ยังคงได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ถังบรรจุแก๊ส LPG ในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะทวีปอเมริกาเหนือ เอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ ส่งผลให้คำสั่งซื้อไหลเข้าต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการบริหารต้นทุนและ Product Mix ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทได้เปลี่ยนนโยบายบัญชีวิธีการตีราคาสินค้าคงเหลือสำหรับวัตถุดิบและอื่นๆ จากวิธีเฉพาะเจาะจงและวิธีเข้าก่อน - ออกก่อน (FIFO) เป็นวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (weighted average) เพื่อให้สะท้อนต้นทุนขายและมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น ภายใต้สถานการณ์ความผันผวนของราคาตลาดเหล็กโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้บริษัทสามารถวางแผนการดำเนินงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนผ่านกลยุทธ์ Natural Hedge และ Forward Currency รองรับสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศที่มากกว่า 95%
SMPC รุกบริหารความเสี่ยงพลังงาน-โลจิสติกส์ เพิ่มความยืดหยุ่นรับตลาดผันผวนSMPC ยังคงติดตามความเสี่ยงด้านราคาพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและค่าระวางเรือ
บริษัทเตรียมแนวทางรองรับผ่านการเพิ่มความยืดหยุ่นของแผนการขายและการจัดส่ง รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการขายในเงื่อนไข FOB เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนโลจิสติกส์
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงติดตามนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการ Section 232 ที่เกี่ยวข้องกับภาษีนำเข้าเหล็ก อะลูมิเนียม และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง
บริษัทประเมินว่ายังสามารถบริหารจัดการผลกระทบดังกล่าวได้ จากความสัมพันธ์ระยะยาวกับฐานลูกค้า คุณภาพผลิตภัณฑ์ ความสามารถในการส่งมอบสินค้า และการกระจายตลาดไปยังหลายภูมิภาคทั่วโลก
บอร์ดเคาะปันผลกลางปี 0.45 บาท/หุ้น สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.45 บาทต่อหุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล หรือ XD วันที่ 24 สิงหาคม 2569 และกำหนด จ่ายเงินปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569
การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการรักษาฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ครึ่งปีหลังโมเมนตัมบวก ออเดอร์ทั่วโลกไหลต่อเนื่อง-เดินหน้าขยายตลาดนางปัทมา เล้าวงษ์ รองประธานกรรมการ บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ยังคงมีสัญญาณเชิงบวก โดยปริมาณคำสั่งซื้อยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง สอดคล้องกับความต้องการใช้แก๊ส LPG ในตลาดโลกที่ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลและภาวะตลาดปกติของอุตสาหกรรม
บริษัทเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ที่มุ่งเน้น การบริหารต้นทุน ความยืดหยุ่นด้านนโยบายการขาย การกระจายตลาด และการเพิ่มมูลค่าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนความสามารถในการแข่งขัน และช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
SMPC ยังคงเดินหน้ากระจายตลาดส่งออกให้ครอบคลุมทั่วโลก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมถังแก๊สระดับโลก
ฐานส่งออกกว่า 95% กระจายทั่วโลก หนุน SMPC รักษาความได้เปรียบระยะยาวSMPC มีโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากต่างประเทศมากกว่า 95% ของรายได้รวม และมีฐานลูกค้ากระจายในหลายภูมิภาคทั่วโลก
ความเชี่ยวชาญด้านการผลิต คุณภาพผลิตภัณฑ์ ความสามารถในการบริหารต้นทุน และความยืดหยุ่นในการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
บริษัทจะเดินหน้าสร้างสมดุลระหว่าง การเติบโต ความสามารถในการทำกำไร และการบริหารความเสี่ยง เพื่อสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม